Search This Blog

Key Success Factor of Digital Music Episode 2

Monday, July 2, 2007

มาพบกันอีกแล้วนะครับในสัปดาห์ที่3 ในสัปดาห์นี้ผมจะมาพูดต่อจากครั้งที่แล้วในหัวข้อเรื่อง “ทำอย่างไรให้คน (ไทย) หันมา ดาวน์โหลด (Download) เพลงอย่างถูกกฎหมาย” จากครั้งที่แล้ว “Key Success Factor of Digital Music Episode 1” ผมได้พูดถึงปัจจัยที่ทำให้คนหันมาดาวน์โหลดเพลงอย่างถูกกฎหมาย ไปแล้ว 2 ปัจจัย คือ ปัจจัยทางด้านข้อจำกัดเรื่องความเร็วของเน็ตเวิร์ก (Network) และ ปัจจัยที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ป้องกันการละเมิดทางด้านลิขสิทธิ์ หรือ ที่เรียกว่า DRM (Digital Rights Management) ใครยังไม่ได้อ่านลองคลิกลิงค์กลับไปอ่านกันดูนะครับ แล้วอย่าลืมไปอ่านตรงความคิดเห็นของเพื่อนๆกันนะครับ โดยส่วนตัวผมสนใจความคิดเห็นของคุณ “k-u-n-g-k-e-a-w” ครับ ผมเชื่อว่าหลายๆคน คงมีความรู้สึกแบบเดียวกับคุณ k-u-n-g-k-e-a-w ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น อันนี้ขอยอมรับ (ใครไม่ชอบหล่ะ จริงมั้ย) และนั่นคือปัญหาใหญ่ของธุรกิจนี้ทีเดียว เอาเป็นว่าเดี๋ยวสักประมาณกลางๆอาทิตย์ผมจะยกความคิดเห็นของคุณ k-u-n-g-k-e-a-w มาเป็นหัวข้อเพื่อให้เพื่อนๆได้ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นกันนะครับ เอาหล่ะเรากลับมาที่หัวข้อของเรากันต่อดีกว่าครับ เดี๋ยวจะเลยเถิดไปไกล เรามาดูกันต่อในปัจจัยที่เหลือนะครับ

ปัจจัยถัดมาที่ผมขอพูดถึงคือคุณภาพของ Content หรือเพลงนั่นเอง ผมว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรต้องพูดมาก เพราะแน่นอนเพลงดีย่อมมีคนอยากฟังเยอะ ผมได้ยินคนเขาบอกต่อกันมาว่าเพลง "แอบเหงา" ของพี่เสนาหอยได้เงินจากค่าดาวน์โหลดมากกว่าการขาย CD/VCD ซะอีก ข่าวนี้ไม่คอนเฟิร์มนะครับ โอเค ผมขอผ่านเลยแล้วกันนะครับ

เรามาคุยกันถึงความหลากหลายของ Content กันดีกว่านะครับ การมี Content ที่หลากหลายก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีนะครับ แต่ก็เป็นเสมือนดาบสองคม เพราะการที่มีสินค้าอยู่เยอะ แล้วไม่มีการจัดการหน้าเว็บให้ดี ทำให้เกิดการหาสินค้าได้ยากลำบาก ซึ่งจะส่งผลเสียมากกว่าดีแน่นอน เอาง่ายๆเพื่อนๆเคยเข้าไปในหน้าแรกของเว็บไหนแล้วนึกในใจ (ดังๆ) ว่า "กูจะไปไหนต่อดีวะ" นั่นแหล่ะครับคือการจัดการหน้าเว็บที่ไม่ดี ทำให้ผู้ใช้จะเข้าถึง Content ที่เขาต้องการได้ยาก และทีนี้เป็นเพื่อนๆคิดว่าจะกลับเข้ามาในเว็บนี้อีกมั้ยครับ คำตอบคือ ไม่มีทาง หรือ Hell NO!!! แต่ถ้ามีการจัดหน้าเว็บที่ดี สามารถหาเพลงได้รวดเร็วและง่าย การมี Content หลากหลายจะถือเป็นจุดแข็งเลยทีเดียว อย่างเช่นเว็บของ True music ซึ่งกลยุทธ์หลักคือการรวบรวมเพลงไว้เกือบทุกค่าย (ที่จริงอยากได้ทุกค่าย) และที่สำคัญมีเพลงของศิลปินที่ได้ทำการแต่งขึ้นมาเป็นพิเศษ โดยเป็นลิขสิทธิ์สำหรับทรูแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งทำให้ตัว content มีความหลากหลายมากและทำให้ผู้บริโภคไม่ต้องจำอะไรมากมาย ถ้าอยากได้เพลงอะไรก็มาที่เว็บๆเดียว แต่ที่สำคัญต้องให้ผู้บริโภครับรู้ด้วยว่าเว็บเรามีสินค้าแบบไหน อย่างไร แล้วมีวิธีหาสินค้าที่ต้องการยังไง

เมื่อพูดถึงการค้าการขายบนโลกไซเบอร์แล้วนั้น อีกปัจจัยหนึ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกันนั่นคือ ช่องทางการชำระเงิน หรือ Payment Gateway เพื่อนๆครับนี่เป็นปัจจัยที่สำคัญมากเลยทีเดียวครับ จากข้อมูลที่ผมหามาได้นั้นพบว่ากลุ่มคนที่เป็นกลุ่มที่ดาวน์โหลดเพลงส่วนใหญ่อยู่ในวัยเรียน เป็นนักเรียน นักศึกษากันทั้งนั้นซึ่งน้อยคนนักที่จะมีบัตรเครดิต (Credit) จะมีบางคนที่ค่อนข้างไฮโซ ที่บ้านมีฐานะ ที่พ่อแม่ทำบัตรเสริมให้ (แอบกัดนิดนึง)


ข้อมูลจาก OMD
Base: All 12+ Use internet in past 12 months
source: 2000 - 2005 (Final) AGB Nielson Media Research Media index


และถึงแม้ว่ามีบัตรคนไทยเราก็ยังไม่มีพฤติกรรมในการใช้บัตรเครดิตสั่งซื้อของทางอินเตอร์เน็ตหรอกครับ เพื่อนลองคิดดูซิว่าเขาจะมีช่องทางไหนในการชำระเงินเพื่อซื้อของทางอินเตอร์เน็ตกันบ้างครับ หลายๆบริษัทใหญ่ๆในแวบวง e-commerce นั้นต่างก็ได้พัฒนาระบบการชำระเงินเป็นของตัวเองขึ้นมา เช่น Mixiclub ก็มี "บัตร RTD (Ready to Download)" เป็นบัตรเติมเงินครับ ฝั่งทรูก็มี "ทรู มันนี่ (True Money)" ช่องทางชำระผ่านโทรศัพท์มือถือ แม้กระทั่ง Sanook.com ก็ได้พัฒนาระบบการชำระเงินของตัวเองขึ้นมา ที่ใช้ชื่อว่า "สนุก วอลเลท (Sanook Wallet)" ซึ่งในความคิดของผมๆว่ายังไม่มีตัวไหนที่ประสบความสำเร็จ (อย่างที่เห็นได้ชัด) นะครับ ไม่เว้นแม้แต่ "บัตร Smart purse" ซึ่งผมก็คิดว่ายังไม่สำเร็จเช่นกัน (ใครที่อยู่ในแวดวงนี้มีข้อมูลมา update เชิญนะครับ) และผมคิดว่าคงสำเร็จยากด้วยครับ ถามว่าทำไมถึงสำเร็จยาก (ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ) เพื่อนๆลองคิดดูนะครับปัจจุบันคนเรามีบัตรติดตัวอยู่กันกี่ใบ ไหนจะบัตรประชาชน บัตรนักศึกษา และอื่นๆ จิปาถะ แล้วมีใครจะอยากพกบัตรเพิ่มอีกใบเพื่อที่เอาไว้จ่ายเฉพาะสินค้าบนเว็บแถมซื้อได้เฉพาะเว็บด้วย ผมคนหนึ่งหล่ะที่ไม่ขอพก แต่สิ่งที่น่าจะเป็นอนาคตมากกว่านั่นคือ ช่องทางที่ชำระผ่านมือถือ (Mobile Payment) เพราะอะไรเหรอครับ เพราะว่าทุกวันนี้เราคงปฏิเสธกันไม่ได้ว่ามือถือคือปัจจัยที่ห้า ไม่ใช่ซิ ผมว่ามันคืออวัยวะอีกส่วนของร่างกายมากกว่า แทบทุกคนต้องมี บางคนมีมากกว่าหนึ่งเครื่องซะด้วยซ้ำ จึงไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เราทุกคนรู้สึกรำคาญ แถมยังรู้สึกสะดวกเพิ่มขึ้นอีกต่างหาก โดยเฉพาะเด็กๆครับ ที่ยังไม่สามารถหาเงินได้ด้วยตัวเอง ภาระในการชำระค่ามือถือก็จะมาตกอยู่กับผู้ปกครองนั่นเอง คิดดูซิครับว่าเด็กจะมีความสุขขนาดไหนที่เขาเป็นคนซื้อแต่มีพ่อแม่มาคอยจ่ายเงินให้ (เด็กดีอย่าไปทำแบบนั้นนะครับ) ย้อนกลับไปพูดถึง Sanook กันอีกนิดนะครับ พอดีได้ข่าว (อย่างไม่เป็นทางการ) มาว่า Sanook กำลังจะจับมือกับ eBay ถ้าเป็นจริงขึ้นมา เราลองมาจับตาดูกันว่า สนุก วอลเลท จะเข้ามามีบทบาทมากน้อยเพียงใด

ปัจจัยสุดท้ายที่ผมจะขอยกมาพูดในอาทิตย์นี้คือ ปัจจัยทางด้านการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ ปัจจัยนี้โดยส่วนตัวผมคิดว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างมาก เพื่อนๆลองคิดตามดูนะครับ สมมติว่าเราเปิดร้านขายสินค้าเกี่ยวกับสุนัข แต่กลับไม่มีการบอกกับใครเลยว่าร้านเรามีสินค้าประเภทนี้ขายอยู่ ใครหน้าไหนจะหลงเข้ามาซื้อของๆเราหล่ะครับ ก็เหมือนกัน ถ้าเราเปิดร้านเพลงออนไลน์แต่ไม่ได้บอกใครว่าเราเปิดร้านนี้ แล้วเราจะมีลูกค้าเข้ามาหรือไม่ คำตอบคือก็อาจจะมีหลงเข้ามาบ้าง แต่คงจะไม่เยอะอย่างที่เราต้องการ ผมมีกรณีศึกษาที่ดี และเป็นกรณีศึกษาที่ตรงกับเรื่องที่ผมยกตัวอย่างไปก่อนหน้านี้ครับ เพื่อนๆรู้กันมั้ยว่า Mixiclub เป็นเว็บแรกในประเทศไทยที่มีการให้บริการดาวน์โหลดเพลง ผมว่าไม่กี่คนหรอกครับที่รู้ เพราะถ้าผมไม่ได้เข้ามาอยู่ในวงการนี้ ผมก็คงไม่รู้เหมือนกัน และอีกอย่างเพื่อนๆรู้กันมั้ยครับว่าในร้าน Mixiclub มีเพลงของค่ายอื่นนอกจาก RS ด้วย นี่แหละครับเป็นผลมาจากการขาดการโฆษณาและประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะต่างจาก ikeyclub ที่ออกมาทีหลังแต่มีการทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้บริโภครู้ว่า ikeyclub คืออะไร ขายอะไร เห็นภาพกันมั้ยครับ เพื่อนๆรู้มั้นครับที่แย่ไปกว่านั้นคืออะไร นั่นก็คือการประชาสัมพันธ์ผิดกลุ่มเป้าหมาย อันนี้ถือได้ว่าเป็นหายนะครับ ตัวอย่างเดิม เราเปิดร้านขายสินค้าเกี่ยวกับสุนัข แต่ดันไปบอกกับกลุ่มคนที่เลี้ยงแมว แล้วจะได้เงินกันรึเปล่าครับทีนี้

มาสรุปกันดีกว่าครับ ปัจจัยที่ผมเห็นว่ามีผลอย่างมากกับการทำให้คนหันมาดาวน์โหลดเพลงอย่างถูกกฎหมาย

1. ปัจจัยทางด้านข้อจำกัดเรื่องความเร็วของเน็ตเวิร์ก (Network)
2. ปัจจัยที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ป้องกันการละเมิดทางด้านลิขสิทธิ์ หรือ ที่เรียกว่า DRM
3. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพของ Content หรือเพลง
4. ปัจจัยที่เกี่ยวกับความหลากหลายของ Content หรือเพลง
5. ปัจจัยทางด้านช่องทางการชำระเงิน หรือ Payment Gateway
6. ปัจจัยทางด้านการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์


ปัจจัยทั้ง 6 ข้อที่ผมได้พูดไปนั้น ผมเชื่อว่ามี 5 ข้อที่ทุกคนมองในทิศทางเดียวกัน เว้นแต่ข้อ 2 ซึ่งเป็นปัจจัยที่เกี่ยวกับ DRM ซึ่งแต่ละคนก็มีความคิดแตกต่างกันออกไป อีกเช่นเคยครับ เพื่อนๆคิดว่ามีปัจจัยอะไรมากกว่าที่ผมได้พูดไป เชิญมาแลกเปลี่ยนกันได้นะครับ ยินดีครับ
Share

Find us on facebook

 
Copyright © 2015 NP me story...
Distributed By My Blogger Themes | Design By Herdiansyah Hamzah