Tuesday, July 13, 2010

การเข้าถึงลูกค้าถือเป็นหัวใจหลังของการค้าขายออนไลน์ (e-commerce) ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป โลกหมุนไวขึ้นอย่างน่าตกใจ วิธีการที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน นับวันคนที่กระโดดเข้ามาเป็นร้านค้าออนไลน์มีเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย สินค้าที่ขายก็มีรูปแบบที่ไม่ได้แตกต่างกันมาก ซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครจะมีกลเม็ดยังไงให้ลูกค้าเข้ามาเจอเว็บ หรือสื่อสารตรงกับทางลูกค้าได้ นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการเพิ่มช่องทางการ communicate กับลูกค้านอกเนื้อจากการมีเว็บไซต์ ดาราสาว เจมี บูเฮอร์ เลือกที่จะใช้ BB ในการเป็นหน้าร้าน และติดต่อกับลูกค้า ลองอ่านกันดูนะครับว่าดาราสาวคนนี้มีวิธียังไง


ยุคหนึ่งเอสเอ็มอีทั่วไทยรับรู้ได้ด้วยตัวเองว่า "ไม่มีเว็บไซต์ไม่ได้แล้ว" กลับกัน วันนี้เอสเอ็มอีไทยควรต้องบอกตัวเองว่า "มีแต่เว็บไซต์ไม่ได้แล้ว" เพราะกรณีศึกษาล่าสุดจาก "เจมี บูเฮอร์" ดาราสาวที่ลงมาจับธุรกิจครีมบำรุงผิว สามารถพิสูจน์ให้เห็นชัดเจนว่ายังมีช่องทางไฮเทคอื่นที่สามารถสร้างยอดขาย และประชาสัมพันธ์ได้ดีกว่าเว็บไซต์

ช่องทางไฮเทคที่เจมีเลือกคือ บีบี หรือแบล็กเบอรี่ (Blackberry)
"เจมีเปิดเว็บไซต์มา 2-3 เดือน ขายไม่ได้เลย แต่เปิดโชว์รูมบนบีบี 15 วัน ขายได้แล้ว 5,000-6,000 บาท"

ก่อนจะไปฟังประสบการณ์ทำธุรกิจบนบีบีของเจมี คุณควรเข้าใจหลักการทำงานว่าบีบีนั้นเป็นสมาร์ทโฟนที่ผู้ใช้สามารถแลก PIN ประจำเครื่อง เพื่อแอด (Add) กันและกันเป็นเพื่อนแล้วจึงส่งข้อความสนทนาระหว่างกันโดยไม่เสียค่าบริการ เพิ่ม ลักษณะเดียวกับการเล่นโปรแกรมแชตแต่เป็นการเล่นบนโทรศัพท์มือถือ โดยคุณสมบัติการสนทนานี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า BBM (Blackberry Messenger) - Edited

ใน BBM นี้ทุกคนสามารถตั้งกลุ่มเพื่อสนทนาเรื่องที่แต่ละคนสนใจได้สัพเพเหระ แต่ละกลุ่มจะถูกเรียกว่าห้อง โดยบีบีจะเปิดโอกาสให้ผู้สร้างห้องสามารถใส่ภาพและเสียง เพื่อให้สมาชิกเข้ามาชมและให้ความเห็น ตรงนี้เองที่ทำให้เจมีมองเห็นโอกาสสร้าง"โชว์รูมจิ๋ว"เพื่อนำเสนอสินค้า บำรุงผิวแบรนด์"ลาวีเวีย"ให้กลุ่มเพื่อนชาวบีบี ซึ่งมีทั้งกลุ่มดาราด้วยกันและคนธรรมดาแบบฟรีๆ

"เจมีว่าบีบีเป็นช่องทางที่ดี ไม่ต้องเสียเงิน กลุ่มคนที่ใช้บีบีก็เป็นกลุ่มบนขึ้นไป เป็นกลุ่มที่ใช้เงิน บีบีเป็นช่องทางที่เราจะอัปเดทสินค้าใหม่ให้ลูกค้าเก่าได้ตลอดเวลา และก็ให้โอกาสเราแนะนำสินค้าแก่ลูกค้าใหม่ด้วย"

ทำได้อย่างไร

"เจมีถ่ายละครเรื่องไฟอมตะ ก็แอดกรุ้ปกับพี่ที่กองถ่าย แชตกันทุกวัน เราก็เลยมองว่า บีบีน่าจะเป็นช่องทางทำโปรดักต์เราได้เหมือนกัน"



วิธีการของเจมีคือ การสร้างห้อง "Lavivia Shop" ขึ้นมาโดยแบ่งห้องย่อยไว้ภายใน ลักษณะเดียวกับการแบ่งเมนูในหน้าเว็บไซต์ ได้แก่ ห้องสินค้า, ห้อง Contact Us, ห้อง Chat, ห้องปฏิทินงาน เป็นต้น ชาวบีบีที่เคยซื้อครีมลาวีเวียไปจำนวนไม่น้อยสมัครเข้ากลุ่มเพื่อติดตามสาระ และความเคลื่อนไหวของดาราและเพื่อนที่ใช้ลาวีเวียด้วยกัน ขณะที่ผู้สนใจอยากทำความรู้จักลาวีเวียก็ได้รับการแนะนำให้มากสมัครเข้า กลุ่มเพื่อรับข่าวสารคำแนะนำแบบทันใจ

"ถ้าโปรดักต์ใหม่ ลงโฆษณาตามสื่อคนก็ไม่รู้จัก แต่ในบีบีนี่คนรู้จักเรา ในห้องปฏิทินงานจะบอกว่าเรามีงานที่ไหนบ้าง ส่วนในห้องแชต ลูกค้าจะคุยกันเอง บางคนไม่รู้จักกันก็มี เราสามารถอัปเดทข้อมูลสถานะการส่งไปรษณีย์ได้ด้วย เรามีหมอ 1 คนมาตอบคำถามให้ความรู้ มีดาราเพื่อนๆกันอีก 4-5 คน แต่ละคนไม่ได้ส่วนแบ่งนะ" แล้วเจมีก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี

ชาวบีบีที่สนใจสินค้าชิ้นไหนสามารถฝากข้อความไว้ เจมีและทีมลาวีเวียจะสามารถตอบได้เลย เนื่องจากระบบบีบีจะส่งสัญญาณเตือนว่าสมาชิกคนใดส่งความเห็นไว้บ้าง

"เพราะบีบี คนเข้ามาแชตแล้วก็ถามตอบได้ตลอดเวลา ถ้าเป็นเว็บนี่คือ คนโพสต์เข้ามาถาม กว่าได้ตอบก็เย็นหรือ 2-3 วัน เค้าก็ไม่รอฟัง เจมียังไม่เคยเห็นใครขายของบนบีบีจริงจัง มีแต่เพื่อนตั้งกลุ่มเล่น กรุ้ปรักเด็กอะไรแบบนั้น ซึ่งเราก็ไม่ได้ขายของเราคนเดียว แต่มีนุ้ยบิ๊กบราเดอร์สที่เราโพสต์รูปเสื้อผ้าไป อย่างนุ้ยนี่ก็เห็นชัด มีลูกค้าที่เยอรมันเห็นแล้วชอบ ก็สั่งไปขาย"

เจมีให้เครดิตแรงสร้างสรรค์ร้านลาวีเวียบนบีบีว่ามาจากหุ้นส่วนคน สำคัญ "นที ปลอดภัย" ซึ่งอธิบายว่า การทำตลาดบนบีบีนั้นมีประสิทธิภาพไม่ต่างจากการขายตรงในกลุ่มเพื่อน แต่จะไม่รุนแรงหรือจริงจังเท่า ขณะเดียวกันก็สามารถแก้ปัญหา"อีคอมเมิร์ชไทยไม่น่าเชื่อถือ"ได้ชงัดนัก แม้นทีจะระบุว่าพยายามออกแบบห้องใน BBM ให้ครบเครื่องเหมือนหน้าเว็บไซต์ให้มากที่สุดก็ตาม

"โทรศัพท์มือถือทำให้เราสามารถขายของได้ตลอดเวลา ไปเที่ยวก็ทำได้ บนเว็บทำได้ก็จริงแต่คนยังไม่เชื่อถือ เพราะคนยังกลัวการโกง นี่คือปัญหาว่าทำไมธุรกิจขายของบนเว็บไซต์ในไทยถึงไม่เติบโต แต่ สำหรับบีบี การซื้อขายของทำได้ตลอดเวลา ตี 3 ตี 4 ก็ทำได้ และเป็นการขายที่เริ่มจากเป็นเพื่อน ความสะดวกใจในการซื้อจะมีมาก เพื่อนแนะนำมาจะซื้อง่าย จากนั้นมันจะกระจายเป็นเครือข่าย เพราะเพื่อนจะแนะนำเพื่อนต่อไปอีกทอด เพื่อนสนใจก็ลองถามดูว่าเป็นตัวแทนขายไหม ถือว่าขายตรงเป็นขั้นๆแต่ไม่รุนแรง ใช้ผลประโยชน์ในการดึงดูด มีบีบีเป็นหน้าร้าน ซึ่งไม่ใช่การขายตรงแบบลูกโซ่ เพราะความเป็นเพื่อนทำให้ตกลงง่าย การเก็บเงิน-จัดส่งก็เชื่อใจสูง ตรงนี้สำคัญมาก สุดท้ายก็จะวนมาโดยที่เราไม่ต้องโฆษณาเลย แต่ก็ต้องใช้เวลาหน่อย"

สาวเจมีและนทีบอกว่า การขายสินค้าบนเครือข่ายสังคมอย่างเฟสบุ๊กและทวิตเตอร์นั้นมีคนเริ่มทำแล้ว ลาวีเวียจะยังไม่มีแผนทำหน้าแฟนเพจ แต่จะเลือกทำเป็นเว็บไซต์ไปเลย

"โทรศัพท์ใกล้ตัวมากกว่า ไม่ต้องมานั่งเสิร์ช เหมือนเอ็ม ถามตอบราคาและตั้งห้องคุยกันเองได้เลย คิดว่าจะมุ่งบีบีเป็นหลัก เพราะคิดว่าตอนนี้บีบีแรงที่สุด อย่างไอโฟนมันแรงเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว"

สารพันปัญหา

"ต้องบอกว่า ข้อจำกัดในการทำร้านบนบีบีค่อนข้างเยอะ รูปโพสต์แช่นานไม่ได้ ต้องอัปเดททุก 3 วัน เสียงก็เหมือนกัน กว่าเราจะทำได้ อัดเสียงไว้ 3 วันปุ้ปก็เด้งออก สมาชิกห้ามเกิน 30 คน ถ้าเกินต้องตั้งกรุ้ปใหม่ไปเรื่อย ตอนนี้เป็นลาวีเวียช้อป อีกหน่อยอาจต้องเป็นลาวีเวียสปา เข้าใจว่าถ้าตรงนี้เวิร์ก คิดว่าบีบีก็น่าจะพัฒนาอีกในอนาคต" โดยเจมีเล่าว่ามีสมาชิกบางรายที่เข้ามาโพสต์รูปโป๊ ทำให้ต้องดูแลและขับผู้ใช้รายนั้นออกจากกลุ่มไป

เจมียอมรับว่าการทำตลาดเฉพาะบีบีนั้นมีขนาดเล็ก จึงไม่สามารถใช้เป็นช่องทางการตลาดช่องทางเดียวได้ แต่เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะเสริมขึ้นมามากกว่า โดยปัจจุบัน เจมีลุยทำตลาดครีมบำรุงผิวลาวีเวียด้วยการวางขายในร้านสปา 19 จังหวัดทั่วไทย

"ความเป็นดาราก็เกี่ยวนะ ทำให้คนอยากคุยกับเรา แต่ถ้าเราเป็นดาราแล้วเราไม่ไปอัปเดท ไม่คิดทำให้กลุ่มมันสนุก คนก็จะไม่เข้า พวกนี้บางทีต้องมีคุยเรื่องส่วนตัวบ้าง ทำให้เค้าสนุกก่อน แล้วก็จะเป็นโอกาสแนะนำผลิตภัณฑ์ ถ้ามาปุ้บแล้วขายของเลย คนก็จะไม่เข้า เจมีจะใช้วิธีให้ใช้ฟรี โปรดักต์ใหม่ก็จะโปรยไปเลย"

การเข้ากลุ่ม BBM นั้นมีโอกาสทำให้สมาชิกลาออกจากกลุ่มได้ เนื่องจากบางคนอาจเดือดร้อนรำคาญเสียงสัญญาณเตือนที่จะดังขึ้นทุกครั้งที่ สมาชิกในกลุ่มส่งข้อความ จุดนี้เจมีไม่ได้มองว่าเป็นปัญหา

"มีเพื่อนออกไปหลายคน ก็แนะนำให้เค้าเปิดสั่น ซึ่งก็โอเค"

อนาคตขยายได้อีก

"ถ้าสมาชิกเกิน 30 เราก็จะตั้งกลุ่มเหมือนตั้งร้านใหม่ อีกหน่อย เราคิดจะทำ Star Shop ให้ดารามาลงสินค้า ซึ่งลูกค้าจะมาซื้อกับเราหรือจะซื้อขายกันส่วนตัวก็ได้ พวกนี้ได้ออเดอร์เยอะนะ หรือเราอาจจะรวมร้านค้าที่ทำกลุ่มบีบี เจนเนอเรทคิวอาร์โค้ดออกมาเพื่อพิมพ์เผยแพร่บนแผ่นพับที่วางตามเอไอเอส ดีแทค ให้คนที่สนใจก็ถ่ายรูปแล้วเข้ากลุ่มได้เลย ความเป็นไปได้มันมี เพราะคิวอาร์โค้ดเดี๋ยวนี้ก็มีอยู่ในนามบัตรหลายบริษัทแล้ว" นทีกล่าว

นทีระบุว่ายังไม่สามารถบอกตัวเลขยอดขายครีมบำรุงผิวลาวีเวีย ได้ในขณะนี้ แต่เชื่อว่ายอดจำหน่ายผ่านบีบี จะคิดเป็นสัดส่วน 20% ของยอดขายทั้งหมดในปีนี้

เจมีและนทีนั้นเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท มายบิวตี้เอ็กซ์พีเรียนซ์ จำกัด ร่วมกันทำตลาดผลิตภัณฑ์ลาวิเวียซึ่งทั้ง 2 บอกว่าเป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยแต่ใช้ส่วนผสมนำเข้าจากสหรัฐอเมริกาและ ยุโรป ขณะนี้มีสินค้า 30 ตัว ที่โดดเด่นคือผลิตภัณฑ์กลุ่มเอเอชเอเพื่อผิวขาว และกลุ่มวิตามินซีเพื่อความกระจ่างใส

"ที่เลือกทำธุรกิจลาวีเวียเพราะตัวเองใช้เอง ใกล้ตัว จุดมุ่งหมายในการสร้างแบรนด์ตอนนี้ก็คือ อยากให้มีคนรู้จักลาวีเวียในช่วงที่ยังไม่เป็นเคาน์เตอร์แบรนด์ เพื่อให้ลาวีเวียเติบโตเป็นเคาน์เตอร์แบรนด์ที่เข้มแข็งต่อไป"

ฉะนั้นใครที่เป็นเจ้าของกิจการ และใช้งานบีบีอยู่แล้ว อย่ารอช้านะจ้ะ

ข้อมูลจาก Manager.co.th
ติดตาม NPmeStory ได้แล้วที่ @npmestory

Post a Comment:

Find us on facebook