Search This Blog

5 ขั้นพื้นฐานในการทำเงินออนไลน์

Friday, July 17, 2015

มาถึงยุคนี้คำว่า "การทำเงินผ่านอินเตอร์เน็ต" หรือ "การทำเงินออนไลน์" คงไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด วิธีการหาเงินมีอยู่หลากหลาย และที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็น่าจะมาจาก "การขายของออนไลน์" หรือที่เรียกกันว่า "e-commerce" นั่นเอง

1. หาข้อมูลก่อนที่จะเปิดตัวว่าเราขายอะไรหรือให้บริการอะไร

survey

ผมเชื่อว่าหลายๆคนเวลาจะเริ่มขายหรือให้บริการอะไรสักอย่าง เขามักจะคุยกับคนใกล้ตัว เช่น ญาติ พี่น้อง หรือ เพื่อน ซึ่งเชื่อเหอะว่าเราจะไม่ค่อยได้ข้อมูลที่แท้จริงจากคนกลุ่มนั้นสักเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่เขาจะเข้าข้างเรา ต่อให้เขาจะบอกว่า "ไม่ ... กูไม่ได้เข้าข้างมึง" ก็ตาม ดังนั้นก่อนจะเริ่มลุยนั้น เราจะต้องหาวิธีเก็บข้อมูลจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้ได้ อาจจะใช้วิธีการทำแบบทดสอบ หรือแม้กระทั่งทดลองเอาสินค้าไปขายยังกลุ่มเป้าหมายสักจำนวนนึง ไม่ต้องเยอะครับ (เปลืองงบ) เผื่อที่จะทดสอบสินค้าและบริการของเรานั่นเอง

ในขั้นตอนนี้เอง เราอาจจะยังไม่ต้องไปเสียเวลาสร้างเว็บไซต์ หรือแฟนเพจขึ้นมาก็ได้นะครับ เราก็ไปอาศัยที่ที่เขาให้เราสามาถเอาสินค้าหรือบริการไปโพสโฆษณาได้ฟรี เช่น Kaidee.com, Pantipmarket.com เป็นต้น

2. สร้างเว็บไซต์ซะ

image

แน่นอนว่าข้อดีของการมีเว็บไซต์คือเป็นช่องทางการนำเสนอสินค้าและสามารถเป็นจุดชำระเงินได้อีกด้วย นอกจากนั้นยังสามารถช่วยในเรื่องของการสร้างแบรนด์สินค้าได้ ดังนั้นเราก็ควรจะต้องมีเว็บไซต์ไว้นะครับ แต่บางคนก็อาจจะบอกว่า เขาสามารถทำแค่เพจอย่างเดียวก็ได้ มันก็ช่วยเขาขายสินค้าหรือบริการได้ นั่นก็ถูกครับ สำหรับระยะสั้นเท่านั้นนะ เพราะว่าเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า facebook หรือโซเชี่ยลอื่นๆจะมีการปรับเปลี่ยนกฎต่างๆของเขาเองเมื่อไหร่ โดยเฉพาะ facebook ที่มีการปรับเปลี่ยนอยู่บ่อยๆ และผมเองก็เชื่อว่าหลายๆคนคงเจอสถานการณ์ที่ว่ายอดคนเห็นโพสบนเพจลดลงอย่างน่าใจหาย ซึ่งถ้าเปรียบกับร้านค้าก็เหมือนจู่ๆคนเข้าร้านน้อยลง(ไปมาก) ผมเคยประสบเหตุการณ์นี้มากับตัว เหวอไปเลยนะครับ แต่หากเรามีเว็บไซต์เป็นของเราเอง เราเป็นคนตั้งกฎเอง ดังนั้นเราก็ไม่ต้องกลัวอะไร

การสร้างเว็บไซต์ในเบื้องต้นหากเรายังไม่มีงบมากนัก ผมแนะนำให้ลองใช้ Blogger.com ดูนะครับ มันฟรี เพียงแต่ URL จะลงท้ายด้วย (Domainที่จดไว้).blogspot.com ซึ่งมันจะดูยาวไปและจดจำยาก แต่หากเราบอกว่าเราจะใช้ Facebook เป็นตัวนำ เราก็ไม่จำเป็นต้องสนใจอะไรมากก็ได้ครับ เพราะว่าเราส่งคนเข้าไปจาก Facebook อยู่แล้ว และจะบอกว่าเดี๋ยวนนี้คนมันไม่ค่อยจำชื่อเว็บกันแล้วด้วยครับ ทีนี้หากใครยังใช้ Blogger.com ไม่เป็น ไม่ต้องกลัวครับ เดี๋ยวผมสอนแบบไวๆให้ ก่อนอื่นเลยคุณก็ต้องมีบัญชี Google ก่อนนะครับ คิดว่าหลายคนคงมีแล้ว แต่ถ้ายังก็ขอให้รีบไปสมัครด่วนเลยครับ แล้วหลังจากนั้นไปดูกันได้ที่บทความ "มาหาเงินออนไลน์กันเถอะ ตอนที่ 7 สร้าง Blog ฟรีกัน"

3. ต้องรู้จักลูกค้า และคู่แข่งให้ดี

image

ให้เราคอยติดตามความเป็นไปของคู่แข่งเราให้ดี รวมไปถึงเว็บไซต์อื่นๆที่เกี่ยวของกับสินค้าหรือบริการของเรา เช่นปัญหาที่คู่แข่งเราเจอมา เป็นต้น โดยให้ฝึกการใช้เครื่องมือต่างๆไม่ว่าจะเป็น Goolge Search Engine เมื่อเราค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดของเรา ให้เราเลื่อนลงมาข้างล่างเพื่อดูในส่วนของ "Searches related to (คีย์เวิร์ดของเรา)" แล้วเราจะได้คีย์เวิร์ดมาเพิ่มเพื่อทำการค้นหาต่อไป และเครื่องมืออีก 2 ตัวที่อยากแนะนำก็คือ  Google Alerts (สำหรับดูว่ามีใครพูดถึงแบรนด์หรือสินค้าของเราอย่างไร) และ Google Trends (สำหรับดูว่าแบรนด์หรือคีย์เวิร์ดของเรามีแนวโน้มในการถูกค้นหาเป็นอย่างไร

4. ทำแผนการตลาดและการขาย

Astore_Marketing_Plan

เมื่อเราได้ลองทำรีเสิร์ชสินค้าหรือบริการของเราแล้ว แล้วก็มีเว็บไซต์สำหรับขายของและบริการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และศึกษาข้อมูลของลูกค้าและคู่แข่งมาอย่างดีแล้วด้วย ทีนี้ก็มาทำการวางแผนกันครับว่าหากว่าเราอยากได้ยอดขายที่ 1 ล้านบาทภายใน 1 ปี เราจะต้องขายสินค้าออกไปจำนวนเท่าไหร่ หลังจากนั้นก็มาลงรายละเอียดกันว่าเราจะต้องทำอย่างไรถึงจะขายสินค้าหรือบริการของเราให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ เราควรจะต้องทำการเผื่อค่าโฆษณาลงไปด้วย ผมแนะนำให้ใช้ Facebook Ad. นะครับ เพราะตอนนี้มันยังไม่แพงมาก และคนส่วนใหญ่ก็ใช้ Facebook กันเกือบทุกคน

5. พยายามทำทุกอย่างด้วยตัวเองก่อน

Startup Stock Photo

ณ. จุดที่เริ่มต้นนั้น หากเรายังไม่มีเงินทุนมากพอที่จะไปจ้างคนมาช่วย แน่นอนเราก็คงไม่มีทางเลือกที่จะต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ซึ่งข้อดีของการทำเองก็คือ เราสามารถควบคุมเรื่องแบรนด์ และเรายังจะได้รู้อีกด้วยว่าขั้นตอนไหนของงานที่มีปัญหา และเมื่อเราทำมาได้สักระยะ เราจะเริ่มเห็นแล้วว่าเราจะได้รายได้เท่าไหร่ ขั้นตอนไหนที่เราทำได้ช้า และหากมีผู้ช่วยเข้ามาจะทำให้งานส่วนนี้เสร็จไวขึ้น ซึ่งจะส่งผลไปยังยอดขายที่เพิ่มขึ้นได้ เราก็สามารถที่จะเริ่มหาคนมาช่วยงานเราตามที่เหมาะสม หรือหากว่าเราไม่อยากจ้างคนมานั่งทำงานแบบรายเดือน เราอาจจะมองหา Outsource ดูก็ได้นะครับ ถ้าเจอ Outsource ที่ดีไม่หนีงาน ส่งงานตามกำหนด เราก็จะสบายมากขึ้นเยอะครับ และจะได้โฟกัสในส่วนที่เราถนัด

ที่มา entrepreneur.com
เรียบเรียงโดย NP ผมเองครับ (ไม่ได้แปลตรงๆ แต่เป็นการใส่เนื้อหาของตัวเองเข้าไปครับ)

หากชอบก็ขอ Like นะครับ

Share

Find us on facebook

 
Copyright © 2015 NP me story...
Distributed By My Blogger Themes | Design By Herdiansyah Hamzah