Saturday, May 19, 2018



หากพูดถึงเทรนด์สมัยนี้ผมเชื่ออย่างแรงเลยว่าเด็กรุ่นใหม่อยากสร้างบริษัท Start up หรือไม่ก็เป็น Digital Nomad แต่รู้มั้ยครับว่า ทั้ง 2 อย่างนี้ มันต่างกันแบบสุดขั้วเลยนะครับ

Start up คืออะไร ??



เอาแบบสั้นๆเลยนะ Start up อาจจะเป็นบริษัทขนาดเล็ก หรือกลุ่มคนที่มีไอเดีย และแผนในการทำธุรกิจที่ดี มีโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจได้สูง สามารถขยายความสำเร็จได้แบบวงกว้าง และไวด้วยทุนเริ่มต้นที่ต่ำ

บทความที่เกี่ยวข้อง STARTUP คืออะไร เหมือนหรือต่างจาก SMES ยังไง ?!?


Digital Nomad คืออะไร ??



Digital nomad เป็นคนหรือกลุ่มคนที่ดำรงชีวิตอยู่ (หาเงิน) ผ่านเทคโนโลยีการสื่อสาร ก็ง่ายๆคือไม่ได้ทำงานออฟฟิศนั่นเอง และส่วนมากจะทำงานตามสถานที่ต่างๆ เช่น ร้านกาแฟ co-working spaces แล้วพวกนี้จะอยู่ในที่ๆหนึ่งไม่นาน อาจจะประมาณ 5-6 เดือน คนเหล่านี้จะเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆที่เขาอยากไป ไม่ว่าจะเป็น นอกเมือง หรือเมืองนอก เราเรียกไลฟ์สไตล์แบบนี้กันว่า "Nomadic lifestyle"

บทความที่เกี่ยวข้อง NOMADIC LIFESTYLE ไลฟ์สไตล์สุดฮิตในยุคนี้


เมื่อมาถึงตรงนี้ ไม่ทราบว่าพอเห็นความแตกต่างรึยังครับ ถ้ายังก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมบอกให้

ผมจะพูดถึงในมุมของไลฟ์สไตล์นะครับ คนที่ทำ Start up นั้น (เกือบ)ทั้งชีวิต เขาจะทุ่มเทให้กับธุรกิจของเขา ไม่(ค่อย)เล่น ไม่เที่ยว ใช้เวลาทุกนาทีกับธุรกิจ ส่วนคนที่เป็น Digital Nomad นั้น กลุ่มคนเหล่านี้จะให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตของเขามากกว่า โจทย์ของคนกลุ่มนี้คือ การที่สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้บนโลกนี้ ดังนั้นกลุ่มคนกลุ่มนี้เขาจะเดินทางไปเรื่อยๆ รับงานจากผู้จ้างโดยไม่ต้องเจอหน้ากัน ส่งงานกันทางอีเมล์ พูดง่ายไปคือ เป็นกลุ่มคนทีี่ทำงานไปด้วย ใช้ชีวิตหลังเกษียณไปด้วย แน่นอนหากจะมองที่ความร่ำรวยเมื่อเทียบกันบนพื้นฐานที่ว่าประสบความสำเร็จกันทั้งคู่ Start up จะเป็นฝ่ายที่ร่ำรวยกว่า Digital Nomad หลายช่วงตัวนัก ง่ายๆนะ ถ้าจะให้เห็นภาพ Start up ที่ประสบความสำเร็จ ให้นึกภาพถึง พี่มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก หรือ แจ๊ค หม่า ก็ได้ เห็นถึงความรวยของทั้งสองคนนี้มั้ยครับ

อ๊ะ ๆ ๆ ผมไม่ได้หมายความว่า Digital Nomad ไม่รวยนะครับ คนกลุ่มนี้ก็รวยเหมือนกัน แต่อาจจะไม่รวยเท่ากลุ่ม Start up แต่หากพูดถึงการใช้ชีวิตแล้วนั้น Digital Nomad คุ้มกว่านะ ตัวอย่างของคนกลุ่มนี้ที่สำเร็จและรวยก็น่าจะเป็น Tim Ferris เจ้าของหนังสือขายดีอย่าง The 4 Hour-workweek หรือไม่ก็ Johnny FD เป็น Digital Nomad ที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่ง เขาขายร้านที่เขาทำธุรกิจ Dropship ได้เงินมา 60,000 เหรียญนะฮะ และทุกวันนี้ยังสามารถทำรายได้ต่อเดือนเป็นหลักหมื่นเหรียญ ที่สำคัญเลย ชายคนนี้น่าจะไปที่เชียงใหม่บ่อยกว่าผมเสียอีก แล้วเอาไว้จะมาพูดถึงเรื่องราวของชายคนนี้ให้ฟังครั้งหน้านะครับ ส่วนวันนี้ก็ขอสรุปไว้ดังนี้

Start up และ Digital Nomad เนี่ย ต่างมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าเราชอบมีไลฟ์สไตล์แบบไหน เชื่อเถอะครับว่าไลฟ์สไตล์ของทั้งสองรูปแบบข้างต้นนั้น มันมีความสุขทั้งคู่ แค่เลือกที่มันใช่กับเรา หากอยากสร้างธุรกิจที่เติบใหญ่ บ้าอยู่กับงาน ก็อาจจะไปทาง Start up แต่หากไม่ชอบอยู่กับที่ ชอบการเดินทาง ชอบมีชีวิตอิสระ คงต้องมาทาง Digital Nomad กันล่ะครับ

คุณล่ะ ชอบแนวไหน?!?

ติดตาม NPmeStory ได้แล้วที่ @npmestory

Post a Comment:

Find us on facebook