ความลับของ "กฎเลข 72" ทางลัดคิดเงินในใจ ให้เงินโตเป็น 2 เท่าแบบไม่ต้องพึ่งสูตรยาก



เคยสงสัยไหมครับว่า เงินเก็บหรือเงินลงทุนที่เรามีอยู่ จะต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะ "เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า"?

ถ้าเปิดหนังสือการเงินทั่วไป เราอาจจะต้องปวดหัวกับสูตรสมการดอกเบี้ยทบต้นที่ซับซ้อนอย่าง FV = PV * (1 + r)^t แต่ในโลกความเป็นจริง นักคิดและนักลงทุนระดับโลกเขามีทางลัดที่ง่ายกว่านั้นมาก เรียกว่า "กฎเลข 72" (The Rule of 72) ครับ

บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับกฎนี้ในแบบที่เข้าใจง่ายที่สุด พร้อมตัวอย่างการนำไปใช้งานจริงที่รับรองว่าคุณจะร้องอ๋อแน่นอน!


กฎเลข 72 คืออะไร? มาจากไหน?

กฎเลข 72 คือ สูตรคำนวณในใจแบบรวดเร็ว เพื่อหาว่า เงินลงทุนของเราจะโตเป็น 2 เท่าในอีกกี่ปี หรือใช้กลับกันเพื่อหาว่า เราต้องทำผลตอบแทนให้ได้กี่ % เงินถึงจะโตเป็น 2 เท่าในเวลาที่กำหนด ประวัติของกฎนี้ยาวนานมาก ถูกบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1494 (กว่า 500 ปีที่แล้ว!) โดย ลูกา ปาโชลี (Luca Pacioli) นักคณิตศาสตร์ชาวอิตาลีผู้ได้ฉายาว่าเป็นบิดาแห่งการบัญชีสมัยใหม่ เหตุผลที่ต้องเป็นเลข 72 ก็เพราะว่าเป็นตัวเลขที่หารด้วยเลขอื่นๆ ได้ลงตัวเยอะมาก (เช่น 2, 3, 4, 6, 8, 9, 12) ทำให้เราคิดเลขในใจได้ง่ายสุดๆ โดยไม่ต้องกดเครื่องคิดเลขให้วุ่นวายครับ


เปิด 2 สูตรลัด คิดง่ายใน 3 วินาที

การใช้งานกฎเลข 72 มีสมการง่ายๆ แค่ 2 รูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากรู้ "จำนวนปี" หรือ "ผลตอบแทน" ครับ

1. อยากรู้จำนวนปีที่เงินจะเพิ่มเป็น 2 เท่า:

จำนวนปี = 72/อัตราผลตอบแทนต่อปี (%)


2. อยากรู้อัตราผลตอบแทนที่ต้องทำเพื่อให้ได้ตามเป้าหมาย:

อัตราผลตอบแทนที่ต้องการ (%) = 72/จำนวนปีที่ตั้งเป้าไว้

(ข้อดีของสูตรนี้คือ ใช้ตัวเลขเปอร์เซ็นต์เป็นจำนวนเต็มได้เลย เช่น ถ้าได้ผลตอบแทน 6% ให้ใช้เลข 6 ในการหารได้ทันที)


กฎเลข 72 เอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง? (พร้อมตัวอย่างจริง)

หลายคนคิดว่ากฎนี้ใช้ได้แค่กับการออมเงินในธนาคารเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วมันสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการวางแผนชีวิตและการลงทุนได้หลากหลายรูปแบบเลยครับ ลองมาดู 4 ตัวอย่างนี้กัน

1. ใช้คำนวณระยะเวลาการเติบโตของพอร์ตลงทุน

สมมติว่าคุณนำเงินก้อนหนึ่งไปลงทุนในกองทุนรวมหุ้น หรือพอร์ตสินทรัพย์ที่คาดการณ์ว่าจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 8% ต่อปี และอยากรู้ว่าถ้าวางเงินทิ้งไว้เฉยๆ นานแค่ไหนเงินจะโตเป็น 2 เท่า

วิธีคิด: เอา 72 ตั้ง หารด้วยผลตอบแทน 8

คำนวณ: 72 / 8 = 9

ผลลัพธ์: เงินก้อนนี้จะกลายเป็น 2 เท่า ภายในเวลา 9 ปี ### 2. ใช้ตั้งเป้าหมายเพื่อเลือกสินทรัพย์ลงทุน

ถ้าคุณมีเป้าหมายในใจว่า อยากจะปั้นเงินเก็บ 500,000 บาท ให้กลายเป็น 1,000,000 บาท ภายในเวลา 6 ปี เพื่อไปดาวน์บ้านหรือทำธุรกิจ แต่ไม่รู้ว่าจะต้องเอาเงินไปลงทุนในอะไรดี

วิธีคิด: เอา 72 ตั้ง หารด้วยเป้าหมาย 6 ปี

คำนวณ: 72/6 = 12

ผลลัพธ์: คุณต้องมองหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 12% ต่อปี (เช่น หุ้นเติบโต หรือพอร์ตการลงทุนแบบเชิงรุก) ถึงจะทำได้ตามเป้าหมายใน 6 ปี


2. ใช้เปรียบเทียบ "พลังของดอกเบี้ยทบต้น"

กฎเลข 72 จะทำให้เราเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า ผลตอบแทนที่ต่างกันนิดเดียว ส่งผลต่อเวลาต่างกันมหาศาลขนาดไหน ลองเปรียบเทียบเพื่อน 2 คนที่มีเงินต้น 100,000 บาทเท่ากัน

  • เอ ฝากเงินในบัญชีดิจิทัล ได้ดอกเบี้ย 2% ต่อปี --> เงินของเอจะโตเป็น 2 เท่าต้องใช้เวลาถึง 72 / 2 = 36 ปี!
  • บี นำเงินไปลงทุนในพอร์ตหุ้นกู้และกองทุนรวม ได้ผลตอบแทน 6% ต่อปี --> เงินของบีจะโตเป็น 2 เท่าในเวลาแค่ 72 / 6 = 12 ปี

เห็นไหมครับว่า: บีใช้เวลาสั้นกว่าเอถึง 3 เท่าตัว เพียงเพราะเลือกสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า


3. ใช้คำนวณ "อำนาจซื้อที่ลดลง" จากเงินเฟ้อ (มุมกลับที่ต้องระวัง!)

ในทางร้าย กฎเลข 72 สามารถเอาไว้เตือนสติเรื่องเงินเฟ้อได้ด้วยครับ สมมติว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยของประเทศอยู่ที่ 3% ต่อปี แปลว่าของจะแพงขึ้นเรื่อยๆ แล้วเงินเก็บในบัญชีของเราล่ะ จะมูลค่าลดลงครึ่งหนึ่งในอีกกี่ปี?

วิธีคิด: เอา 72 ตั้ง หารด้วยอัตราเงินเฟ้อ 3

คำนวณ: 72 / 3 = 24

ผลลัพธ์: ในอีก 24 ปีข้างหน้า เงิน 100 บาทที่คุณเก็บไว้ จะซื้อของได้เท่ากับเงิน 50 บาทในวันนี้ อำนาจซื้อของคุณหายไปครึ่งหนึ่งทันทีหากเก็บเงินไว้เฉยๆ โดยไม่ทำให้มันงอกเงย


ข้อจำกัดที่ควรรู้

แม้ว่ากฎเลข 72 จะสะดวกและรวดเร็วมาก แต่ก็มีข้อจำกัดเล็กน้อยครับ

เป็นเพียงการประมาณการ: ตัวเลขที่ได้จะใกล้เคียงความจริงที่สุดเมื่ออัตราผลตอบแทนสม่ำเสมอและอยู่ในช่วง 5% - 12% * ความคลาดเคลื่อน: ถ้าผลตอบแทนสูงมากๆ (เช่น เกิน 30% ขึ้นไป) ตัวเลขจากการหารในใจจะเริ่มคลาดเคลื่อนจากสูตรคณิตศาสตร์จริงเล็กน้อย

ต้องเป็นการทบต้น: สูตรนี้ตั้งอยู่บนเงื่อนไขที่ว่าคุณต้องปล่อยให้เงินทำกำไรทบต้นไปเรื่อยๆ โดยไม่ถอนเงินหรือถอนดอกเบี้ยออกมาใช้ระหว่างทางครับ


กฎเลข 72 คือเครื่องมือชั้นยอดสำหรับใช้ประเมินแผนการเงินแบบไวๆ ในหัว ช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมของการลงทุนและเงินเฟ้อได้อย่างรวดเร็ว ลองนำกฎนี้ไปปรับใช้กับเป้าหมายการเงินของคุณดูครับ แล้วจะพบว่าการวางแผนการเงินไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย!

Comments