Lifestyle

วิเคราะห์บ้านๆ

รีวิว Gadget

Latest Updates

วิธีการสมัคร Youpik


1. Download แอพฯกันตามแต่ละ OS​ ของแต่ละคนนะครับ
+ Android​: https://bit.ly/npyoupikad
+ iOS: https://bit.ly/npyoupik

2. เปิดแอพฯแล้วก็มาลงทะเบียนกันได้เลยครับ โดยการลงทะเบียนสามารถทำได้หลายวิธีครับ​
+ แบบที่ 1 ลงทะเบียนผ่านเบอร์มือถือ
+ แบบที่ 2 ลงทะเบียนผ่าน​ Facebook​
+ แบบที่ 3 ลงทะเบียนผ่าน​ Line​


อันนี้เลือกเอาที่สะดวกเลยครั​บ​ แต่ยังไงเขาจะให้เรากรอกเบอร์มือถืออยู่ดี

3. เมื่อกรอกเบอร์มือถือแล้ว เขาจะให้เรากรอกรหัสคำเชิญ ช่วยผมใส่รหัสนี้ทีนะครับ​ 151942 แล้วคุณจะได้ส่วนลด 30 บาท​




4. หากต้องการหารายได้กับทาง Youpik​ ให้เข้าไปที่ Youpikker เพื่อมาเลือกซื้อสินค้าสักชิ้นนึง​ แค่นั้นเลยครับคุณก็จะเป็น Youpikker​ แล้ว


และเมื่อเราเป็น Youpikker เราก็เริ่มแชร์แล้วทำเงินกันเถอะ .... ลุย!!!!!

Youpik แหล่งรายได้ออนไลน์ที่มาแรงมากในขณะนี้


ต้องยอมรับจริงๆครับว่าวิถีการช้อปปิ้งได้เริ่มเปลี่ยนแปลงไปแล้ว คนหันมาซื้อผ่านออนไลน์กันเป็นเรื่องปกติ​ ไม่ว่าจะซื้อผ่าน Facebook​, Line​, Shopee, Lazada หรือ​ ที่อื่น​ๆ​ และด้วยการเปลี่ยนแปลงนี้เองทำให้เกิดโอกาสเพิ่มขึ้นมากมาย และก็รวมถึงสิ่งที่ผมจะมาแชร์ในวันนี้ด้วยเช่นกัน

Youpik​ คืออะไร??

ผมเชื่อว่ายังมีอีกหลายๆคนที่ยังไม่รู้จั​ก​ Youpik​ ไม่เป็นไร​ เดี๋ยวผมเล่าให้ฟังแบบสั้นๆครับ​ Youpik​ เป็นแอพพลิเคชั่น​ที่เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่มาแรงที่สุดในขณะนี้​ และเจ้า Youpik​ นี้เองก็เป็นแอพฯในเครือของ Lazada​ ที่มีปาป๊า​ alibaba คอยหนุนหลังอยู่ สินค้าที่อยู่ในแอพฯก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ หลากหลายขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องของปลอมนะครับ​ เพราะเขาจะมีการตรวจสอบก่อนว่าคนขายรายนี้เป็นเจ้าของสินค้าจริงหรือไม่

แล้วเราจะได้เงินจาก Youpik ได้อย่างไง??

วิธีการทำเงินจาก​ Youpik​ มันง่ายมากครับ เราแค่แชร์ลิงค์ออกไปบนโซเชียลของเราหากมีใครซื้อสินค้าผ่านลิงค์เราๆก็จะได้ค่าคอมมิสชัน (หรือที่เรียกกันว่า Affiliate program นั่นเอง) บางคนหัวการค้ากว่านั้นก็จะทำเป็นลักษณะ Dropship แทน​ คือแทนที่จะให้เขาสั่งตรงผ่านลิงค์กินค่าคอมมิสชัน​แค่นั้น​ ก็เปลี่ยนเป็นมาสั่งผ่านเรา แล้วเราบวกราคาเพิ่มขึ้นไปอีกหน่อย ถ้าเป็นในรูปแบบนี้เราก็จะได้เป็น ค่าคอมมิสชั่นบวกกับค่าส่วนต่างที่เราเพิ่มเข้าไป (เห็นบางคนสร้างรายได้เป็นหลักหมื่นต่อสัปดาห์กันเลยทีเดียว) อ่อ แต่ถ้าเราสมัครเสร็จใหม่ๆเลยเนี่ย เราก็ยังสร้างรายได้กับ Youpik​ไม่ได้นะครับ​ เราจะต้องเป็น YouPikker ก่อนถึงจะสร้างรายได้ๆ



สมัครเป็น Youpikker ต้องทำยังไง??

เพียงคุณซื้อสินค้าใน Youpik​ Choice สัก​ 1 ชิ้นก่อนครับ ซื้อเพียงครั้งเดียวคุณก็จะกลายเป็น Youpikker​ ในทันที​ สินค้าที่เป็น Youpik​ Choice เท่าที่เห็นจะเริ่มต้นที่ประมาณ 990 บาท​

สนใจกันมั้ยครับ​ ?? สำหรับคนที่สนใจเราไปกันต่อครับ


ลุยงาน สร้างไอเดีย พร้อมมอบความบันเทิงไปกับคุณได้ทุกที่ ด้วย “ซัมซุง กาแลคซี่ แท็บ เอส 6 Wifi”

7:28 PM

ซัมซุงขอส่งตัวช่วยเพื่อให้การอยู่บ้านสะดวกและสนุกมากยิ่งขึ้นด้วย “กาแลคซี่ แท็บ เอส 6 Wifi” แท็บเล็ตทรงพลังรุ่นล่าสุด ที่ตอบโจทย์การใช้งานแบบไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นด้านการทำงาน การสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ หรือประสบการณ์ความบันเทิง ก็ครบครันในแท็บเล็ตเครื่องเดียว


พร้อมทำงานทุกที่ ไม่มีสะดุด เพราะกาแลคซี่ แท็บ เอส 6 Wifi มาพร้อมฟีเจอร์ Samsung DeX โฉมใหม่ มอบประสบการณ์การทำงานเสมือนคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปอย่างลงตัว โดยสามารถเชื่อมต่อโหมด DeX ได้อย่างรวดเร็วด้วยปุ่มลัดบนเคส Bookcover Keyboard สำหรับแท็บเล็ตรุ่นนี้โดยเฉพาะ มาพร้อมฟังก์ชั่นเพื่อการทำงานที่ครบครันและเต็มศักยภาพยิ่งขึ้น



นอกจากนี้ ยังมีปากกา S-Pen อัจฉริยะ สามารถเปลี่ยนลายมือเป็นข้อความแบบดิจิทัลพร้อมแปลงไฟล์ในรูปแบบของ Microsoft Word เพื่อนำไปใช้งานต่อได้อย่างง่ายดาย เพิ่มความคล่องตัวด้วยฟีเจอร์ Air actions สามารถควบคุมคอนเทนต์ต่างๆ รวมถึงเปลี่ยนโหมดขณะถ่ายภาพและวิดีโอได้แม้แท็บเล็ตจะไม่ได้อยู่ในมือ


นอกจากนี้ กาแลคซี่ แท็บ เอส 6 Wifi ยังมาพร้อมกล้องถ่ายภาพเลนส์คู่ที่มีความละเอียดถึง 13MP และ 5MP พร้อมโหมด Ultra Wide และ AI อัจฉริยะ สามารถถ่ายภาพออกมาได้ราวกับมืออาชีพ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม Adobe Premiere Rush สำหรับตัดต่อวิดีโอคุณภาพสูงได้อย่างง่ายดายบนแท็บเล็ตเครื่องเดียว

จัดเต็มกับประสบการณ์ความบันเทิง ให้คุณเต็มอิ่มกับซีรี่ส์เรื่องโปรดหลังเลิกงานบนหน้าจอ Super AMOLED ขนาดใหญ่ถึง 10.5 นิ้ว พร้อมคุณภาพเสียงสมจริงผ่านลำโพงสี่ตัวโดยผู้เชี่ยวชาญอย่าง AKG และ Dolby Atmos® อีกทั้งยังตอบโจทย์สายเกมเมอร์ด้วยชิปประมวลผล Snapdragon 855 อันผลทรงพลัง ให้ทุกแมชลื่นไหลไม่สะดุด

สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดวันเพราะมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 7,040mAh เทียบเท่าการเล่นวิดีโอต่อเนื่องถึง 15 ชั่วโมง[1] พร้อมรองรับระบบชาร์จไว มาในความจุ 6GB/128GB และรองรับ MicroSD Card สูงสุด 1TB เพื่อขยายพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้ตามต้องการ ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกอัดแน่นอยู่ในตัวเครื่องที่ดีไซน์เพรียวบาง 5.7 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเบาเพียง 420 กรัมเท่านั้น จึงสะดวกต่อการพกพาไปทุกที่ในทุกเวลา

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสั่งซื้อ กาแลคซี่ แท็บ เอส 6 Wifi ล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ทาง Samsung Online Shop มาในตัวเลือก 2 สี ได้แก่ สีเทา Mountain Gray และสีฟ้า Cloud Blue ในราคา 21,900 บาท พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ เมื่อสั่งซื้อภายในวันที่ 31 มีนาคม 2563 รับฟรี Bookcover Keyboard มูลค่า 4,590 บาท โดยสินค้าจะเริ่มจัดส่งตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 เป็นต้นไป สามารถดูรายละเอียดสินค้าและสั่งซื้อได้ที่ https://bit.ly/3bqdQVo

“Work from Home” อย่างไร ให้เวิร์ก! ซัมซุงแนะเทคนิคเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานจากบ้านผ่านสมาร์ทดีไวซ์

9:54 AM


เทรนด์ใหม่มาแรงในขณะนี้ ‘Work from Home’ หรือ ‘การทำงานจากที่บ้าน’ หลายบริษัทนำมาปรับใช้เพื่อลดความเสี่ยงในการทำงานกับพนักงานในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่า ส่งผลให้รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป จากเดิมที่จะไม่ได้มีการพบปะ พูดคุย หรือเจอหน้ากันโดยตรง เทคโนโลยี จะเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมาก

เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถผสมผสานการทำงานและไลฟ์สไตล์ได้ทุกที่ทุกเวลา และสามารถ Work (Smart) from Home ได้อย่างดีที่สุด ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก ได้พัฒนาสมาร์ทดีไวซ์พร้อมโซลูชันที่ครอบคลุมร่วมกับหลากหลายพันธมิตรชั้นนำ โดย 3 ปัจจัยหลักที่ต้องคำนึงถึง ได้แก่ ความคล่องตัวในการใช้งาน (Mobility) ประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity) และความปลอดภัย (Security) แม้ในกรณีภาวะวิกฤติเช่นปัจจุบัน สามารถนำมาปรับใช้ให้การทำงานที่บ้านได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเช่นเดิม


Galaxy Z Flip หลายเครื่องวางเรียงราย บางเครื่องพับ บางเครื่องกางออก ทุกเครื่องเปิด Google Duo ที่หน้าจอ แสดงภาพวิดีโอคอลแบบคมชัดบนระบบปฎิบัติการที่แตกต่างกัน

เพิ่มความคล่องตัวในการทำงานด้วย “วิดีโอคอล” ไม่พลาดทุกการติดต่อสื่อสาร

ทั้งการอัพเดต ตามงาน สรุปความคืบหน้าต่างๆ  ซึ่งนอกเหนือจากการติดต่อสื่อสารผ่านแอปพลิเคชั่นแชทในสมาร์ทโฟนที่สามารถโทรคุยแบบ 1 ต่อ 1 ปัจจุบันสมาร์ทโฟนยังสามารถวิดีโอประชุมแบบกลุ่มได้อีกด้วย ซึ่งรูปแบบ “วิดีโอคอล” นั้น มีข้อดีอย่างมากในการช่วยให้เห็นสีหน้าท่าทางของคู่สนทนา อีกทั้งแชร์สกรีนได้อีกด้วย

เครื่องมือสำหรับการประชุมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสูงคงหนีไม่พ้น Skype, Microsoft Teams, Zoom, WebX หรือ BlueJeans ที่ช่วยให้การประสานงานของคนในออฟฟิศง่ายยิ่งขึ้น ล่าสุดนี้ ยังมีบริการ Google Duo ที่ซัมซุงได้จับมือ  กูเกิล (Google) บริการนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสนทนาผ่านวิดีโอได้อย่างไม่มีข้อจำกัด เปิดให้บริการบนกาแลคซี่ เอส 20 ซีรีส์ และกาแลคซี่ ซี ฟลิป เมื่อใช้เลนส์ไวด์ (Wide lens) ผู้ใช้สามารถพูดคุยกับเพื่อนได้พร้อมกันสูงสุดถึง 8 คน หรือเมื่อไรที่ไม่มีผู้รับสาย อีกฝ่ายสามารถส่งข้อความวิดีโอทิ้งไว้ได้ ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อความสะดวกยิ่งขึ้น หน้าจอพับได้ของ กาแลคซี่ ซี ฟลิป เสมือนมีขาตั้งกล้องในตัว ใช้วางตั้งตามองศาที่ต้องการ เพื่อวิดีโอคอลหรือประชุมสายกับทีมงานได้อย่างง่ายดายและสะดวกมากยิ่งขึ้นไปอีก


เปลี่ยนสมาร์ทโฟนเป็นคอมพิวเตอร์ เพื่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

การทำงานจากที่บ้าน ไม่ได้หมายความว่าจะต้องอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา แต่หมายถึงการพร้อมทำงานทุกเวลาตลอดช่วงเวลาชั่วโมงการทำงาน ดังนั้นเพื่อการทำงานเชื่อมต่อระหว่างสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ให้เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องกังวลว่า ไฟล์เวอร์ชั่นล่าสุดจะอยู่ในอุปกรณ์ใด ผ่านบริการระบบคลาวด์ อย่าง OneDrive หรือ Google Drive  ที่สำคัญ การทำงานในลักษณะที่ช่วยเพิ่มความสามารถเสมือนทำงานบนพีซี อย่าง Samsung DeX (desktop experience) เพียงใช้สาย USB ที่เป็น HDMI ต่อเข้ากับจอทีวีหรือมอร์นิเตอร์ จะทำให้ผู้ใช้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งพื้นทีการทำงาน ทั้งยังใช้งานได้หลายแอพพลิเคชั่นในหน้าจอเดียว ครอบคลุมทั้ง MS office, MS outlook, Google Docs, Adobe และอื่นๆ และรองรับการทำงานแบบ dual mode คือทำงานได้พร้อมกันแบบแยกอิสระ ทั้งบนสมาร์ทโฟนและมอร์นิเตอร์ หรือฟีเจอร์หลักของซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต ที่จดบันทึกข้อมูลผ่าน S Pen ช่วยเปลี่ยนลายมือเป็นตัวอักษรได้อย่างทันทีบน Samsung Notes และนำมาทำงานต่อบนพีซีได้ตลอดเวลาอีกด้วย ส่งผลให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด


มาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุด ปกป้องทุกความลับของบริษัท

ปัจจุบัน ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ใช้สมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์หลักในการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตและจัดเก็บข้อมูลทั้งข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลการทำงานจำนวนมากเอาไว้ ขณะเดียวกันโมบายเทคโนโลยีถูกผนึกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ แต่การที่นำข้อมูลขององค์กรมาทำงานบนสมาร์ทโฟนควรคำนึงถึงการรักษาความปลอดภัยในข้อมูลนั้นๆ การรักษาความปลอดภัยจึงมีความสำคัญอย่างมาก สำหรับการใช้งานบนสมาร์ทโฟนดีไวซ์ของซัมซุง เรามีระบบความปลอดภัย ‘ซัมซุง น็อกซ์’ ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุด ผู้ใช้สามารถมั่นใจได้ว่าข้อมูลสำคัญทางธุรกิจจะได้รับการปกป้องดูแลและไม่รั่วไหลจากการใช้งานบนสมาร์ทโฟนรวมถึงแท็บเล็ต ซึ่งเหมาะเป็นอย่างมากกับพนักงานที่ทำงานในกลุ่มการเงินการธนาคาร ค้าปลีก หน่วยงานภาครัฐ โลจิสติกส์ และอีกหลากหลายธุกิจอุตสาหกรรม

จะเห็นได้ว่าทุกอุปกรณ์ของซัมซุงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ ให้พวกเขาสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดต่างๆ รวมไปถึงการนำนวัตกรรมแห่งอนาคตมาผสมผสานโซลูชั่นอื่นๆ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้การทำงานที่บ้านหรือ Work from Home กลายเป็นเรื่องง่าย มีประสิทธิภาพ และลื่นไหลกว่าเดิม

#วิเคราะห์บ้านๆ เข้าสู่ยุค Work from Home กันหล่ะ


Work From Home หรือ WFH เป็นสิ่งที่ถูกพูดกันมาสักพักใหญ่ๆแล้ว ในหลายๆประเทศก็มีการทดลองทำงานที่ออฟฟิศ 4 วันต่อสัปดาห์ และให้ทำงานจากที่บ้าน 1 วัน​ ซึ่งผลก็ออกมาดีทีเดียว สำหรับบางคนการทำงานจากบ้านอาจจะไม่ได้หมายถึงแค่ทำงานที่บ้านแค่ 1 วันต่อสัปดาห์ก็ได้นะ เพราะบางคนอาจจะทำงานที่บ้านทุกวันเลยก็ได้​ เช่น​ คนที่ทำงานกับบริษัทต่างชาติที่ไม่ได้ใหญ่อะไรมาก แต่อยากเข้ามาเจาะตลาดที่เมืองไทย ก็เลยจ้างคนที่เมืองไทยมาสักคนหรือกลุ่มนึงเพื่อทำหน้าที่ที่จำเป็นต้องให้คนที่อยู่ไทยเท่านั้นทำได้ ดังนัั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องใช้ออฟฟิศเลย (เพราะไม่มีออฟฟิศ)

ทีนี้​เรามาดูข้อดีของการทำงานที่บ้านกัน
1. เราได้เวลามากขึ้น​ เพราะไม่ต้องไปเสียเวลาเดินทาง ตื่นมาเปิดคอมก็สามารถทำงานได้เลย (แต่จะให้ดีก็อาบน้ำแต่งตัวสักน่อยก็ดีนะ)
2. เป็นผลต่อเนื่องมาจากการทำงานที่บ้านคือ ใช้เงินน้อยลง ประหยัดค่าเดินทาง (แต่เสียค่าแอร์ที่บ้านแทน) อาหารก็ทำกินเองที่บ้าน ถูกกว่า สะอาดกว่าด้วย​ ประหยัดชุดเสื้อผ้าด้วยนะเออ
3. เราจะสามารถเลี้ยงดูลูกหรือดูแลผู้สูงอายุที่บ้านได้
4. หากไม่ใช่ช่วงที่มีโรคระบาด เราอาจจะไปนั่งทำงานที่ร้านกาแฟ ซึ่งสำหรับผมเองแล้วบางครั้งมันทำให้ผลงานมันออกมาดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะไม่เกิดความเครียด
5. สำหรับบางคนที่จัดสรรเวลาได้ดี เขาจะสามารถหารายได้เสริมได้เลยนะครับ โดยการรับงานอื่นๆเพิ่ม หรือ หาของมาขายออนไลน์

ถามว่าข้อเสียมีบ้างมั้ย แน่นอนว่ามีอยู่แล้วครั​บ​ ไม่อย่างนั้นหลายๆที่ก็คงที่จะใช้การทำงานจากที่บ้าน​กันหมดเเล้ว​ เรามาลองดูข้อเสียกันดีกว่าครับ
1. หากเราเป็นคนบังคับตัวเองให้ทำงานไม่ได้​ แทนที่จะได้งานที่ดีขึ้นมีเวลามากขึ้น​ กลับจะได้ผลที่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง เพราะแทนที่จะตื่นมาทำงาน ก็จะคิดว่าไม่ต้องรีบหรอก ก็ไม่ต้องขับรถไปทำงานนี่ หรือ​ พักดูทีวีสักหน่อยดีกว่า หรือของีบสักพัก ความคิดเหล่านี้เองที่จะทำให้งานไม่เดิน เอาจริงๆแล้ว ที่บ้านก็จะมีสิ่งยั่วยวนใจที่มากกว่า
2. ต้องเสียเงินซื้ออุปกรณ์เพิ่ม การทำงานจากที่บ้านได้นั่นแปลว่าทุกๆบ้านจะต้องมีอินเตอร์เน็ต​ และอุปกรณ์ต่าง​ๆ​ เช่น​ กล้อง​และไมโค​รโฟน เพราะการทำงานจะต้องมีการคุยกัน หรือประชุมกัน และสิ่งที่ทำให้เราสามารถประชุมกันได้แม้จะอยู่คนละที่ก็คืออินเตอร์เน็ต​และอุปกรณ์​เหล่านี้นี่เอง


ด้วยที่ข้อดีก็มี ข้อเสียก็มี​ ทำให้บริษัทอีกหลายๆแห่งยังไม่กล้าที่จะลองให้มีการ Work​ From​ Home​ กันสักที จนมาเกิดวิกฤตโรคระบาด COVID19 เกิดขึ้น​ ทำให้หลายๆบริษัทจำต้องให้มีการทำงานจากที่บ้าน​เพื่อป้องกันไม่ให้โรคแพร่กระจาย​ และเป็นการป้องกันพนักงานที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากการเดินทางด้วย โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าเมื่อผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้ หลายๆบริษัทจะเริ่มวัดผลการทำงานช่วงที่ทำงานที่บ้านดูว่ามันมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน แน่นอนว่าพนักงานน่าจะแฮปปี้กันอยู่แล้ว​ (ตราบเท่าที่ยังมีเงินเดือนอยู่) และถ้าผลงานมีประสิทธิภาพที่มากขึ้นด้วยแล้ว เจ้าของบริษัทอาจจะมีการตัดสินใจดูว่าจะให้ทีการทำงานจากบ้านสัปดาห์ละครั้งดีมั้ย

สำหรับบางคนเองที่ได้ทำงานจากที่บ้านจนเริ่มชินก็จะเริ่มคิดแล้วว่า "การทำงานจากที่บ้านก็โอเคนะ" ใครที่เป็นสายอาชีพ​ เช่น​ โปรแกรมเมอร์​ หรือ​ คนออกแบบกราฟฟิก ก็อาจจะมีแนวคิดที่จะรับทำเป็นฟรีแลนซ์ไปเลยก็ได้ หรือสำหรับใครที่หารายได้เสริมระหว่างช่วงนี้อาจจะเริ่มเห็นแล้วว่ารายได้จากอาชีพเสริมสามารถมาทดแทนรายได้จากอาชีพหลักได้ ก็เลยเปลี่ยนงานเสริมมาเป็นงานหลักไปเลยก็เป็นได้นะ ผมเชื่อเหลือเกินว่าหลังจากวิกฤตนี้ผ่านไป วิถีการทำงานจะมีการเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน และสุดท้ายอาจจะกลายเป็น Work From No Home ก็ได้นะครับ คือ ทำงานจากที่ไหนในโลกก็ได้ เหมือนพวกที่ Digital Nomad นั่นเอง

บทความที่เกี่ยวข้อง Nomadic Lifestyle ไลฟ์สไตล์สุดฮิตในยุคนี้

หนังสือฟรีและดีก็มีนะ "Content Multiplier Formula"

เคยได้ยินมั้ยเรื่องระบบการทำเงินอัตโนมัติ ??



ถัายังนึกไม่ออกไม่เป็นไร เดี๋ยวผมบอกให้ ในเมืองไทยก็มีคนทำได้อยู่นะ เช่น พวกคนที่ขายคอร์ส เป็นต้น ให้ลองนึกถึงวิธีที่เขาใช้ดูนะครับ เขาจะให้ความรู้เบื้องต้นแบบฟรีๆก่อน อาจจะสัก 2-3 คลิปโดยการแลกกับการให้แอด Line หรือ Facebook หลังจากนั้นเขาก็จะมาขายคอร์สกับคุณ รู้มั้ยครับว่า การทำงานจริงๆของเขามีแค่ การอัดคลิปคอร์สหลักที่สอน คลิปความรู้เบื้องต้น 2-3 คลิป หลังจากนั้นเขาก็แค่โปรโมทคลิปฟรีของเขา ให้คุณรู้สึกเชื่อถือเขา หลังจากนั้นเขาก็แค่โปรโมทคอร์สของเขาต่อ แค่นี้แหละครับเงินก็ไหลไปให้เขาอย่างต่อเนื่องละ แต่รู้มั้ยครับว่าเมืองนอกเขาใช้วิธีแบบนี้กันมานานละ

และขั้นตอนของการสร้างเครื่องมือดังกล่าวก็อยู่ในหนังสือเล่มนี้แล้ว "Content Multiplier Formula" เขียนโดย Peng Joon ... กำลังงงอยู่ใช่มั้ยครับว่า Peng Joon เนี่ยเป็นใคร


Peng Joon หนุ่มชาวมาเลเชีย สมัยเรียนเป็นเด็กที่ติดเกมมาก เลือกที่จะเล่นเกม​ World of Warcraft มากกว่าที่จะต้องเข้าห้องเรียน ก็ตามสไตล์ดราม่าแหละครับนาย Peng Joon ก็เป็นหนี้ ถังแตก ได้งานประจำ $330 ต่อเดือนซึ่งไม่พอที่จะจ่ายหนี้ จนมาเจอหนทางการทำเงินผ่าน Internet และสินค้าตัวแรกที่เขาสร้างขึ้นมาก็มาจากสิ่งที่เขารัก นั่นคือ หนังสือแนะนำเกม World of Warcraft หนา 32 หน้า ราคา $7 และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นบนเส้นทาง Internet Marketing ของนาย Peng Joon

จนมาถึงปี 2009 เขาได้เขียนหนังสือแนะนำเกม Farmville Secrets (Farmville เป็นเกมปลูกผักที่นิยมกันมากในยุคหนึ่ง) ที่สร้างรายได้ให้เขา $1.3 ล้าน ภายในระยะเวลา 8 เดือน เขาสร้างเว็บไซต์มากถึง 500 เว็บไซ์มาแล้ว และออกสินค้าตามมาอีกมากมาย


และตอนนี้ Peng Joon เป็น CEO ของบริษัท Smobble ที่สอนคนสร้างธุรกิจออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ และแน่นอนครับ หนังสือของเขาก็มาอยู่ในมือผมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หนังสือเล่มนี้แน่นอนว่าเป็นภาษาอังกฤษ แต่เชื่อผมเถอะว่าคุณอ่านรู้เรื่องแน่นอน เนื้อหาจะบอกถึง 7 ขั้นตอนในการสร้างเงินออนไลน์ แต่ละขั้นตอนจะมีหน้าว่างๆให้เราได้เขียนแพลนของเรา ประหนึ่งว่าเขาจับมือเราทำไปทีละขั้นด้วยกัน

อย่างที่ผมเขียนบนหัวข้อแหละครับ หน้งสือเล่มนี้เขาแจกฟรี ไม่ใช่ e-book ด้วยนะ สิ่งที่เราต้องแลกก็คือ Email เพราะสิ่งที่เมืองนอกเขาใช้กันอยู่ก็คือ Email อ่อ ค่าใช้จ่ายที่เราจะต้องเสียคือ ค่าจัดส่งครับ อาจจะสูงอยู่นะ อยู่ประมาณ $14.95  แต่เชื่อผม(อีกครั้ง)เถอะครับ มันคุ้มจริงๆ และถ้าใครอยากจะสั่งสักเล่ม กดที่ลิงค์นี้ได้เลยนะครับ >> "Content Multiplier Formula"

บทความที่เกี่ยวข้อง รีวิวหนังสือ เปิดตัวให้แรง ปล่อยของให้ปัง Launch 

#NPLIFESTYLE รีวิว Dragon Quest Your Story บน Netflix


ผมนี่เป็นหนึ่งในแฟนตัวยงของ Dragon Quest เลยครับ พอได้เห็นตัวอย่างของ "Your Story" ผมนี่กรี๊ดสาวแตกเลย 😂

Your Story เป็นการนำเอา Dragon Quest ภาค 5 มาสร้างเป็นอนิเมชั่น เนื้อหาภาคนี้จะโยงเป็น 3 รุ่นกันเลยทีเดียว ตั้งแต่ตัวพ่อ ตัวเอก และลูก เป็นเนื้อหาที่ค่อนข้างยาวแล้วมีความซับซ้อนตามแบบฉบับของ Role Playing Game หรือ RPG (ยุคผมเขาเรียกว่าเกมภาษา ใครเข้าใจศัพท์นี้ถือว่าเราอยู่ในยุคเดียวกัน)

จากที่ได้ดูมา ตัวโปรดักชั่นทำออกมาได้โอเคนะ ภาพสวยดี งานส่วนนี้ให้ผ่านครับ แต่ในส่วนของเนื้อหา เนื่องจากหนังมีความยาวแค่ 1 ชั่วโมง 42 นาที ทำให้เนื้อหาอันมากมายของเกมๆนี้ถูกบีบให้อยู่ภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วมองว่ามันควรจะอยู่ในรูปแบบของซีรีส์มากกว่าที่จะเป็นหนังตอนเดียวจบแบบนี้ แถมตอนจบนี่แอบเกินความคาดหมายไปนิด เอาจริงๆแอบเสียดายนะครับ หากมันออกมาเป็นรูปแบบซีรีส์ บอกเล่าเรื่องราวให้ละเอียดกว่านี้อีกหน่อย ให้เห็นถึงความพยายามของตัวเอกที่ต้องฟันฝ่าอะไรต่ออะไรจนตัวเองแข็งแกร่งขึ้นถึงระดับใกล้เคียงกับบอสตัวร้าย ... ท่าจะอินมากไปหน่อย ก็แค่นี้แหละครับ

อาดิดาส เปิดตัวรองเท้าวิ่งระยะไกลที่เร็วที่สุดตลอดกาล “อาดิซีโร่ โปร” พร้อมทะยานสู่ตำแหน่ง “เจ้าความเร็วแห่งทศวรรษใหม่”

8:50 PM
PR

อาดิดาส เปิดตัว “อาดิซีโร่ โปร” (adizero Pro) รองเท้าวิ่งระยะไกลที่พัฒนาขึ้นมาด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำสมัยเพื่อการวิ่งระยะไกลด้วยความเร็วสูงสุด โดยนอกจากรองเท้าคู่นี้จะเป็นการฉลองครบรอบ 70 ปีที่อาดิดาสได้สร้างสรรค์เทคโนโลยีอย่างไม่หยุดยั้งนับตั้งแต่ผลิตรองเท้าวิ่งขึ้นมาเป็นคู่แรกแล้ว อาดิซีโร่ โปร ก็ยังถูกสร้างขึ้นเพื่อที่จะมาสานต่อความสำเร็จในการบันทึกสถิติโลกของตระกูลรองเท้าวิ่งระดับตำนานของอาดิดาสอย่าง “อาดิซีโร่” ที่ได้สร้างสถิติใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่าในช่วงระหว่างปี 2008 – 2018 นอกเหนือจากนี้ อาดิซีโร่ โปร ยังเป็นรองเท้าวิ่งที่อยู่บนจุดสูงสุดของตระกูลอาดิซีโร่ ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของนักวิ่งมาราธอนระดับโลกทุกประการ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้นักวิ่งทุกคนที่สวมใส่รองเท้าคู่นี้สามารถพิชิตเป้าหมายและทำเวลาที่ดีที่สุดของตัวเอง (Personal Best) อีกด้วย

สำหรับคอนเซ็ปต์ในการออกแบบรองเท้าวิ่งอาดิซีโร่ โปร นั้นก็คือการพิชิตขีดจำกัดแห่งศักยภาพของนักวิ่งโดยเฉพาะ เช่นเดียวกับจุดเริ่มต้นของตระกูลรองเท้าวิ่งในตำนานอย่างอาดิซีโร่ที่เกิดขึ้นในปี 2008 โดย เฮล เกบเซลาสซี่ ที่สามารถทำลายสถิติมาราธอนระดับโลกด้วยการเป็นนักวิ่งคนแรกที่สามารถทำเวลาได้เร็วกว่า 2 ชั่วโมง 4 นาที ถือเป็นการประกาศกร้าวให้โลกใบนี้ได้ตระหนักถึงประสิทธิภาพอันไร้ที่ติของรองเท้าวิ่งอาดิซีโร่ อาดิโอส 1 (adizero Adios 1) โดยหลังจากนั้นในช่วงเวลา 10 ปีต่อมา รองเท้าวิ่งในตระกูลอาดิซีโร่ก็ยังคงเดินหน้าสร้างสถิติโลกใหม่อย่างไม่จบสิ้นเลยทีเดียว

สำหรับอาดิซีโร่ โปร นั้นไม่เพียงแต่เป็นรองเท้าวิ่งที่อยู่บนจุดสูงสุดแห่งประวัติศาสตร์แล้ว แต่ยังเป็นนวัตกรรมแห่งยุคใหม่เพื่อความสมบูรณ์แบบ ซึ่งเกิดจากการผสมผสานอันลงตัวระหว่างชีวกลศาสตร์และการทดสอบการใช้งานโดยนักวิ่งระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น จอยซิลีน เจปคอสเก, เอมอส คิปรูโต, อัลเบิร์ต โคเรียร์ หรือแม้กระทั่ง แมรี่ เคทานี นักวิ่งเจ้าของสถิติมาราธอนระดับโลก ที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนารองเท้าด้วยตัวเองอีกด้วย เท่านั้นยังไม่พอ ทีมออกแบบของอาดิดาสยังได้เชิญเพื่อนร่วมฝึกซ้อมของเธอที่เมืองอิเทน ประเทศเคนย่า มาร่วมแบ่งปันข้อมูลที่สำคัญหลังจากได้ทดลองใช้งานรองเท้ารุ่นโปรโตไทป์ในระยะ 20 ไมล์ บนความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2,400 เมตรอีกด้วย




ส่วนขั้นตอนในการสร้างรองเท้าวิ่งอาดิซีโร่ โปร นั้นเกิดจากความร่วมมือกันระหว่างทีมวิศวกรและทีมออกแบบของอาดิดาส ที่ได้แสดงความมุ่งมั่นตั้งใจจริงในการทำงานร่วมกับ มิสเตอร์โอโมริ ยอดปรมาจารย์นักออกแบบรองเท้าชาวญี่ปุ่นที่ได้ร่วมงานกับอาดิดาสมาเป็นเวลา 20 ปี โดยที่เขาได้ใช้เวลานานกว่าหลายเดือนในการออกแบบรองเท้าด้วยสูตรเฉพาะตัว นั่นก็คือ การออกแบบรองเท้าจากภายในสู่ภายนอก เพื่อให้ส่วนโค้งต่างๆ ของตัวรองเท้าสามารถปรับเข้ากับรูปเท้าได้อย่างแนบเนียน รวมถึงบรรจงเลือกวัสดุในการผลิตที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้รองเท้าวิ่งคู่นี้มีทั้งความสวยงามและความกระชับที่สบายเท้าที่สุด จนในที่สุดก็ได้ออกมาเป็นรองเท้าวิ่งอาดิซีโร่ โปร ที่เกิดจากการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างนวัตกรรมอันสุดล้ำและผลงานศิลปะชิ้นเอกนั่นเอง








เพื่อเป็นการสานต่อตำนานรองเท้าวิ่งจอมพิชิตสถิติโลกอย่าง อาดิดาส อาดิซีโร่ อาดิโอส ให้ดียิ่งขึ้นไปอีกระดับ อาดิซีโร่ โปร จึงถูกปรับโฉมใหม่ทั้งหมดเพื่อให้ผู้สวมใส่สัมผัสได้ถึงน้ำหนักที่เบา ความรู้สึกสบายเท้าในทุกสภาพอากาศ สามารถทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงสุด ช่วยรองรับแรงกระแทกได้อย่างยอดเยี่ยม และมีความทนทานในการใช้งานสูง ซึ่งคุณสมบัติทั้งหมดที่ว่ามานี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่นักวิ่งทุกคนต้องการจากรองเท้าวิ่ง โดยสุดยอดเทคโนโลยีของอาดิซีโร่ โปร มีดังต่อไปนี้

+ แผ่นคาร์บอน Multidirectional CARBITEX – มอบความยืดหยุ่นในทุกจังหวะที่เท้าสัมผัสกับพื้น พร้อมแรงดีดที่จะส่งพลังขับเคลื่อนให้ก้าวไปข้างหน้าโดยใช้พลังงานน้อยที่สุด

+ พื้นรองเท้าแบบ LIGHTSTRIKE และ BOOST – ไลท์สไตรค์ ถือเป็นนวัตกรรมพื้นรองเท้าแบบใหม่ที่มีน้ำหนักเบาและรองรับแรงกระแทกได้อย่างยอดเยี่ยมในขณะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุด ซึ่งจะทำงานร่วมกับเทคโนโลยีบูสท์ที่บริเวณส้นเท้า โดยนอกจากจะช่วยให้ความรู้สึกสบายแล้ว ยังช่วยคืนพลังงานให้ในทุกย่างก้าวและในทุกสภาพอากาศอีกด้วย

+ CELERMESH แบบชั้นเดียว – ตัวรองเท้าวิ่งคู่นี้ทำจากวัสดุที่มีความบางที่สุดในบรรดาวัสดุแบบผ้าตาข่ายของอาดิดาสเลยทีเดียว ซึ่งจะช่วยมอบความรู้สึกกระชับพอดีแก่เท้าของผู้สวมใส่และสัมผัสได้ถึงความเร็วสูงเลยทีเดียว

+ QUICKSTRIKE DSP และ ยาง CONTINENTAL – พื้นรองเท้าชั้นนอก DSP แบบฝังตัวกับพื้นรองเท้ามีน้ำหนักเบา มอบความยืดหยุ่น และความทนทานสำหรับการวิ่งบนพื้นถนนและการวิ่งบนคอร์ท เมื่อรวมกับยางคอนทิเนนทอลก็จะช่วยให้เกิดการยึดเกาะที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาพอากาศและพื้นผิวทุกรูปแบบด้วยเช่นกัน

อัลเบอร์โต้ อันชินี มังกาเนลลี ผู้จัดการทั่วไปของอาดิดาส รันนิ่ง ได้กล่าวว่า “ความเร็วนั้นเป็นสิ่งที่อยู่ในดีเอ็นเอของพวกเราทุกคนอยู่แล้ว ที่ผ่านมาเราได้คิดค้นผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดสำหรับนักกีฬาอย่างต่อเนื่อง สังเกตได้จากการพิชิตสถิติมาราธอนระดับโลกช่วงระยะเวลา 10 ปีตั้งแต่ปี 2008 จนถึงปี 2018 ซึ่งเราเองก็มีความตั้งใจที่จะมอบสิ่งที่พิเศษที่สุดลงในรองเท้าวิ่งอาดิซีโร่ โปร เพราะนี่คือรองเท้าวิ่งที่อยู่ ณ จุดสูงสุดของตระกูลอาดิซีโร่ และนับเป็นรองเท้าวิ่งที่เร็วที่สุดของอาดิดาสอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ความภาคภูมิใจของเรานั้นไม่ได้อยู่ที่ผลิตภัณฑ์ที่เราได้มอบให้กับนักกีฬาระดับโลกที่มีจำนวนเล็กน้อยเท่านั้น แต่ผลงานของเรายังได้ช่วยมอบพลังและความสามารถให้กับนักวิ่งอีกหลายต่อหลายคนอีกด้วย หากคุณได้ลองสังเกตที่รองเท้าของนักกีฬาระดับอาชีพ ผู้ที่ยืนตระหง่านอยู่บนแท่นรับรางวัลของงาน นิวยอร์ก มาราธอน เมื่อปีก่อน หรือการแข่งขันชิงแชมป์โลกที่โดฮา นี่แหละคือสิ่งที่ลูกค้าของเราจะได้รับจากการซื้อรองเท้าของเรา และนั่นก็คือ ความเร็วแรงที่พุ่งทะยานออกมานับตั้งแต่เปิดฝากล่องรองเท้าเลยทีเดียว”


ด้าน แมรี่ เคทานี เจ้าของสถิตินักวิ่งมาราธอนระดับโลกและนักกีฬาของอาดิดาส ได้กล่าวเสริมว่า “สิ่งเดียวที่คุณต้องรู้ในวันแข่งขันก็คือ สิ่งที่คุณกำลังสวมใส่อยู่ในขณะนั้นคือสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อที่คุณจะได้ตั้งสมาธิอยู่กับการวิ่งเท่านั้น สำหรับฉันแล้ว อาดิซีโร่ โปร ได้มอบสิ่งที่ฉันต้องการเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ ความสงบทางจิตใจ เพื่อที่ฉันจะได้ปล่อยวางสิ่งต่างๆ รอบตัวออกไปทั้งหมดและมองไปข้างหน้า และในทุกๆ ครั้งที่ฉันได้ใส่รองเท้าคู่นี้ ฉันสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงน้ำหนักที่เบา ความเร็ว และความรู้สึกสบายเท้า ได้ตลอดเวลาการแข่งขันอันเข้มข้นเลยค่ะ”

รองเท้าวิ่งอาดิซีโร่ โปร จะวางจำหน่ายในจำนวนจำกัดที่ราคา 6,800 บาท ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2563 ที่ อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์, อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ สยามพารากอน, อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ https://www.adidas.co.th/ และร้านอาริ รันนิ่ง คอนเซ็ปต์ สโตร์
 
Copyright © NPmeStory - Design my own lifestyle. Designed by OddThemes | Distributed By Gooyaabi Templates