Lifestyle

วิเคราะห์บ้านๆ

รีวิว Gadget

Latest Updates

แผนที่บน facebook แก้ไขยังไง

11:13 AM
หากเราเป็นห้างร้าน หรือมีหน้าร้าน หรือเป็นสถานที่ที่อยากให้คนเข้าไปหา การมีแผนที่อยู่ใน Web หรือ Social ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่จำเป็นต้องทำ แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือ หมุดที่ปักมันดันไม่ตรงกับที่อยู่จริงจะทำอย่างไร ... มาดูกันครับ

วิธีเพิ่มหรือแก้ไขที่อยู่:

ไปที่เพจของคุณ


คลิก "About" ที่ด้านบน (สำหรับ Facebook หน้าตาใหม่)



คลิก "Edit Page Info" เพื่อเข้าไปแก้ไขที่อยู่



ด้านล่างของ "Location (หรือ ตำแหน่งที่ตั้ง)" ให้คลิกเพื่อทำเครื่องหมายในกล่องถัดจาก "มีที่อยู่" แล้วกรอกที่อยู่ของธุรกิจของคุณ โปรดทราบว่า คุณสามารถลากแผนที่เพื่อเลือกตำแหน่งที่ตั้งของธุรกิจของคุณอีกครั้งได้

ผลการทดลองใช้สมาร์ทวอทช์มาไม่ต่ำกว่า 30 วัน



นาฬิกาอัจฉริยะหรือสมาร์ทวอทช์ เป็นอีกไอเทมนึงที่หลายคนอยากได้อยากมี และตอนนี้ก็มีหลายเจ้าออกมาแข่งกัน ชูจุดเด่นที่ต่างกันออกมา

ผมเองก็เป็นหนึ่งในคนที่อยากได้เจ้าสมาร์ทวอทช์นี่ด้วยเหมือนกัน โดยผมมีจุดประสงค์ที่จะใช้ตามนี้ครับ

1. เนื่องจากผมเป็นคนที่ปิดเสียงโทรศัพท์ตลอดเวลา ทำให้หลายๆครั้งผมไม่ได้รับสายโทรศัพท์ เลยจะใช้ตัวนาฬิกามาคอยเตือนว่ามีสายเข้า

2. ผมเป็นคนที่รู้สึกว่านอนเท่าไหร่ก็ไม่พอ และนาฬิกาพวกนี้มันสามารถจับได้ว่าเราหลับลึกนานเท่าไหร่


พอดีผมมีโอกาสได้ลองใช้อยู่พักนึง (มีบริษัทนึงทำมาแจก) ตัวที่ใช้นั้นสเปกน่าจะอยู่ระดับของจีนแบบที่ไม่แพงมาก(พวกตัวที่ราคาไม่ถึงพันบาท) ผลของการใช้มีตามนี้




1. มันสามารถตอบโจทย์ทั้งสองข้อของผมเองได้ครับ มันเตือนเมื่อมีสายเข้า และจับเวลาการนอนของผมได้ แต่เรื่องการรับสายเข้านั้นจะมีติดอยู่นิดนึงครับ คือ เดี๋ยวนี้มีคนไม่น้อยโทรจาก LINE  หรือ Facebook ซึ่งถ้าเป็น LINE ก็ยังพอเตือนเราได้อยู่ แต่ Facebook นั้นรุ่นที่ผมใช้มันไม่เตือน คือ ไม่เตือนว่ามีแชทเข้า และสายเข้าเลย ซึ่งเข้าใจว่ามันอาจจะไม่ Sync กันขนาดนั้น ผมเลยมองว่าสำหรับรุ่นที่ผมใช้มันไม่ตอบโจทย์สักทีเดียว แต่สำหรับนาฬิการุ่นแพงกว่านี้น่าจะ Sync กันได้อยู่

2. และ Feature ที่มากับนาฬิกาพวกนี้ก็คือ การนับก้าว ไม่มีนี่ถือว่าผิดเลยนะ มันก็ช่วยให้เรารู้ว่าเราเดินวันละกี่ก้าว ถ้าอยากสุขภาพดีก็ควรให้ถึงวันละหมื่นก้าว

3. เวลาที่มันตรงกับในโทรศัพท์ และคอมพิวเตอร์ เพราะข้อมูลมันออนไลน์ถึงกันหมด


สุดท้ายผมว่ามันก็อยู่ที่โจทย์ของแต่ละตัวบุคคลว่าอยากใส่มันเพื่ออะไร

ใส่เพื่อการกีฬา สายรักสุขภาพ ผมแนะนำเป็นกลุ่มนี้

สายแฟชั่น ใส่เพื่อความสวยงาม

สายประหยัด ราคาย่อมเยาว์

เจาะเทรนด์อาชีพสตรีมเมอร์ไทย ปั้นรายได้หลักแสนต่อเดือน

2:19 PM

 


“เกม” ถือว่าเป็นหนึ่งในตลาดที่มีมูลค่าสูงของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์มาอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันยังขยายโอกาสมาถึงการสร้างเทรนด์อาชีพมาแรงในกลุ่มเด็กรุ่นใหม่ ที่เติบโตมากับการออนไลน์และเล่นโซเชียล หลายคนที่ชื่นชอบการเล่นเกมออนไลน์ ได้ผันตัวมาสู่การเป็น “เกมสตรีมเมอร์” เล่นเกมถ่ายทอดสดที่ทำการ Live ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ จนสามารถสร้างรายได้ 6 หลักต่อเดือน อีกทั้งเป็นวงการที่แทบไม่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจและรายได้จากพิษโควิด-19 อีกด้วย

ในงาน Bangkok International Digital Content Festival ครั้งที่ 7 หรือ BIDC 2020 ซึ่งเพิ่งปิดเวทีไปเมื่อปลายเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา จึงไม่พลาดที่จะเชิญตัวท็อปแห่งวงการสตรีมเมอร์ มานั่งคุยผ่านจอสารพัดประเด็น เพื่อให้คนที่สนใจอยากเข้าสู่สายอาชีพนี้ และบรรดาแฟนคลับวงการเกมรับฟังรับชมกันอย่างจุใจผ่าน Webinar กับหัวข้อ “Thai Streamer: Dare to dream!”  โดย Magic Box Digital  นำ 2 สตรีมเมอร์มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และมุมมองดีดีครั้งนี้



“ชนินทร์ ปรีเปรม (กอล์ฟ)” หรือที่รู้จักกันดีในนาม หัวเห็ด (HuaHed) มีช่องทางให้เข้าไปติดตามได้ที่เพจ HuaHed  เป็นครีเอเตอร์สายตลกเฮฮา น้ำเสียงเป็นเอกลักษณ์และไม่ว่าจะเล่นเกมอะไรสามารถดึงคนดูได้อยู่หมัด ปัจจุบันเป็นสตรีมเมอร์อาชีพ ที่มีผู้ติดตามถึง 1 แสนคน เป็นนักเล่นเกมในระดับ Pro Player สังกัดอยู่ในทีมที่ทุกคนยกให้เป็นตัวเก็งในทุกการแข่งขันอีสปอร์ต

เข้าวงการมาตั้งแต่อายุ 14 ปี ตอนนี้อายุ 26 ปี ขยับจากผู้เล่น (เกมเมอร์) มาเป็นเกม สตรีมเมอร์ เล่นให้คนดู และเนื่องจากเคยเป็นดีเจอสายทอล์คโชว์บนแอพดังอยู่แล้ว จึงมีคาแรคเตอร์โดดเด่นด้วยการผสมเกมกับทอล์คโชว์ เริ่มแรกที่มีคนชวนมาทำตรงนี้  ผมจัดเวลาไว้วันละ 1-2 ชม. ก็โอเคกับรายได้และเวลา ทำให้ตัดสินใจว่าหลังเรียนจบปริญญาตรีในสาขานิเทศศาสตร์ (ทีวี) จะไม่ทำอาชีพอื่น มุ่งมั่นเข้าวงการเกม

“อาชีพสตรีมเมอร์  ส่วนใหญ่เริ่มต้นด้วยตัวเลขคนตามหลักสิบ แต่ผมโชคดีมีฐานแฟนคลับจากที่เคยเป็นนักแข่ง(เกม) จึงใช้เวลาราว 2 เดือน ก็ไต่หลักร้อยแล้ว ช่วงใหม่ๆ ก็ใช้เวลากับการไลฟ์เกมอย่างต่ำ 250 ชั่วโมงต่อเดือน  แต่พอเริ่มโตขึ้น ต้องมีงานบริหารเข้ามา มีธุระส่วนตัวเข้ามาแบ่งเวลาไป ทุกวันนี้ก็ลดเวลาสตรีมเกมเหลือวันละ 8-12 ชั่วโมง เล่นไปกินข้าวไปด้วย รักษาฐานแฟนคลับหลักแสนที่มีอยู่เน้นความเป็นกันเอง และสำคัญที่สุดคือ คนทำอาชีพนี้ต้องมีวินัย อย่าหยุดสตรีมบ่อย เพราะคนที่คอยติดตามอยู่จะเหงา”

จากที่ได้คลุกคลีอยู่ในวงการเกมมา 10 กว่าปี ได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างมากของแพลตฟอร์มการเล่นเกม มีแพลตฟอร์มใหม่ๆ เกิดขึ้น ที่มาจากต่างประเทศก็เยอะ กลายเป็นแรงบันดาลใจให้มีนักสตรีมเมอร์หน้าใหม่ๆ เข้าสู่วงการ เปลี่ยนจากการเป็นผู้ชมสู่การเป็นคนสตรีมเอง ปัจจุบัน “สตรีมเมอร์” จึงเป็นวงการที่การแข่งขันสูง ดังนั้นคนที่จะดึงฐานคนติดตามหรือแฟนคลับไว้อยู่หมัด ต้องมีทั้งสกิลการเล่นที่ดี  ให้คำแนะนำการเล่นกับแฟนคลับได้  มีสไตล์ของตัวเองไม่เลียนแบบใคร สร้างความเพลิดเพลิน และความตื่นเต้นระหว่างการสตรีมเกม ซึ่งโดยส่วนตัวเขาโชคดีที่เป็นคนคุยเก่งอยู่แล้ว


อีกหนึ่งสตรีมเมอร์ที่มาแรงตอนนี้ ก็คือ “นริศรา อุเอะมะ (เฟิร์น)” สตรีมเมอร์สาว น่ารักพูดเก่ง แห่งเพจ  LUNAMOONChannel เธอเป็นตัวแม่ในสตรีมเมอร์สายเอ็นเตอร์เทน ด้วยคาแรคเตอร์ชัดที่มาพร้อมความสดใสน่ารัก คนที่ติดตามจะสัมผัสได้ถึงแนวความคิดที่ดี มีวิธีรับมือแฟนคลับในวิธีที่เรียกความเซอร์ไพรส์ได้ เข้าสู่วงการได้ไม่ถึง 2 ปี แต่มียอดผู้ติดตามแล้วราว 4 แสนคน มีรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน จากบรรดาเจ้าของสินค้า, สปอนเซอร์ต่างๆ ที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะในแวดวงสินค้าไอที, เกม แต่ขยายไปถึงผู้ให้บริการในกลุ่ม Food Delivery อีกด้วย

“เฟิร์น” เล่าว่า ไม่เคยทำงานประจำ ก่อนหน้านี้ช่วยธุรกิจครอบครัว แต่ได้รับแรงบันดาลใจทั้งจากพี่ชายและน้องชาย ซึ่งเป็นเกมสตรีมเมอร์มาก่อนหลายปี และเมื่อเห็นตัวเลขรายได้ จึงสนใจอยากเข้าสู่วงการนี้บ้าง เพื่อมีรายได้เสริมนอกเหนือจากที่รับเงินเดือนจากที่บ้าน

ช่วงเริ่มต้นคิดว่า แค่มียอดคนตามหลักพันก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว เพราะตัวเลขรายได้ต่อเดือนก็น่าจะแตะ 5 หลักอย่างที่พี่ชายเคยชักชวนไว้ แต่พอเข้ามาทำแค่ 3 เดือน ผลลัพธ์เกินคาดอย่างมากมียอดแฟนคลับติดตามมากว่าเพจของพี่ชายและน้องชาย และมีรายได้เป็นเลข 6 หลัก โดยเธอเลือกสตรีมบนแพลตฟอร์มือถือ/แท็บเล็ต เพราะคนเล่นเกมส่วนใหญ่เล่นบนแพลตฟอร์มนี้ ทำให้คุยกันง่าย เทคนิคในการดึงแฟนคลับให้ติดตามเหนียวแน่น ส่วนหนึ่งอาจเพราะเป็นคนเข้าถึงง่าย อารมณ์ดี ตาย(ในเกม)ก็ยังนั่งหัวเราะได้ 

ท้ายสุดนี้ สองสตรีมเมอร์คนดังแห่งวงการเกมบ้านเรา ได้ให้ความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า สำหรับคนที่อยากเข้าสู่อาชีพนี้ จุดเริ่มต้นควรทำเป็น “อาชีพเสริม” ก่อน เพราะปัจจุบันวงการนี้แข่งขันสูง มีจำนวนสตรีมเมอร์เกิดขึ้นตลอดเวลา ดังนั้นต้องค่อยๆ ทดลอง ค้นหาตัวเอง หาจุดเด่นของตัวเอง หาฐานแฟนคลับ และเมื่อถึง “จังหวะ” ก็จะรับรู้ได้เองว่าเริ่มเป็นอาชีพหลักได้แล้ว ซึ่งความเป็นตัวของตัวเอง ไม่ลอกเลียนแบบใคร เป็นส่วนสำคัญที่จะดึงใจแฟนคลับ/ผู้ติดตามให้อยู่ด้วยกันอย่างเหนียวแน่น

ซัมซุงเปิดตัว “หุ่นยนต์ถูพื้น JetbotTM Mop” จัดเต็มนวัตกรรมการทำความสะอาด สะดวก ใช้งานง่าย เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่

8:46 PM

ซัมซุง เปิดตัว JetbotTM Mop รุ่น VR6000 หุ่นยนต์ถูพื้นอัตโนมัติรุ่นใหม่ล่าสุด ครั้งแรกในประเทศไทย ที่ถูกพัฒนามาเพื่อทำความสะอาดพื้นผิวเรียบ พร้อมระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ ช่วยเพิ่มแรงกดให้พื้นสะอาดหมดจดมากกว่า และมีระบบจ่ายน้ำอัตโนมัติ อีกทั้งยังถูกออกแบบให้มีดีไซน์กะทัดรัดเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกพร้อมถูพื้นในทุกพื้นที่ของบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ตอบโจทย์คนยุคใหม่ ที่ต้องกำลังมองหาโซลูชั่นการทำความสะอาดที่ทรงประสิทธิภาพ พร้อมด้วยฟีเจอร์อัจฉริยะที่จะช่วยพวกเขาประหยัดแรงและเวลา




สะอาดมากขึ้น และจ่ายน้ำอัตโนมัติ 


หุ่นยนต์ถูพื้น JetbotTM Mop รุ่น VR6000 ของซัมซุงช่วยให้คุณมั่นใจในความสะอาดมากขึ้น ด้วยเทคโนโลยี Dual Spin ให้การหมุนของมอเตอร์ทั้งสองตัวสูงถึง 5,500 รอบต่อนาที ช่วยให้หุ่นยนต์สามารถเคลื่อนที่ หมุน และทำความสะอาดได้พร้อมกัน ผ่านการเคลื่อนที่บนแผ่นผ้าทำความสะอาดทั้งสองข้างแทนการใช้ล้อ ทำให้น้ำหนักทั้งหมดของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นกดลงบนแผ่นผ้าทำความสะอาด ช่วยให้การทำความสะอาดมีประสิทธิภาพมากกว่าด้วยแรงกดที่เพิ่มขึ้น ซึ่งทำงานร่วมกับระบบจ่ายน้ำอัตโนมัติ ให้คุณมั่นใจได้ว่าผ้าถูพื้นจะไม่แห้งระหว่างการทำความสะอาด นอกจากนี้ยังสามารถเลือกระหว่างผ้า Mother Yarn* เพื่อการกำจัดสิ่งสกปรกและคราบฝังแน่นต่างๆ หรือผ้าไมโครไฟเบอร์ สำหรับทำความสะอาดพื้นผิวที่ละเอียดอ่อน

ดีไซน์กระทัดรัด น้ำหนักเบา ยกทำความสะอาดสะดวกทุกซอกมุม 


เมื่อเติมน้ำจนเต็มถัง หุ่นยนต์ถูพื้นรุ่นล่าสุดนี้จะมีน้ำหนักเพียง 1.7 กิโลกรัม ทำให้ผู้ใช้สามารถยกขึ้นเพื่อทำความสะอาดในพื้นที่ต่างๆ ที่หุ่นยนต์ทำความสะอาดรุ่นอื่นไม่สามารถเข้าถึงได้ ด้วย Handy Mode ที่เหมาะแก่การทำความสะอาดโต๊ะ หน้าต่าง รวมถึงช่วยกำจัดคราบบนพื้นกระเบื้องและรอยขีดเขียนบนผนังได้เป็นอย่างดี

หลากหลายรูปแบบการทำความสะอาด

ผู้ใช้สามารถเลือกโหมดการทำงานให้เหมาะสมกับการใช้งานแต่ละประเภท จากทั้ง 8 โหมด ไม่ว่าจะเป็น Auto Mode, Edge Cleaning, Focus Cleaning, Intensive Cleaning, ∞(Infinity) pattern Cleaning, Step Cleaning, 50 min Mode, และ Manual Cleaning เพื่อช่วยให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพมากที่สุดบนทุกพื้นผิวที่คุณต้องการทำความสะอาด ยกตัวอย่าง โหมด Edge Cleaning ที่ช่วยให้คุณสามารถทำความสะอาดมุมบ้านหรือขอบผนังผ่านการเคลื่อนที่ของแผ่นหมุนทำความสะอาดคู่ที่ยื่นออกไปด้านข้าง จะช่วยกวาดเอาเส้นผมและฝุ่นในจุดที่เข้าถึงยากออกมาได้หมดจด และเมื่อใช้คู่กับรีโมทคอนโทรลจะสามารถสลับการทำงานระหว่างโหมดต่างๆ ได้ โดยไม่ต้องลุกจากเก้าอี้ให้ยุ่งยาก

ฉลาด ปลอดภัย ใช้ได้นาน


มั่นใจได้ว่าบ้านของคุณจะสะอาดอย่างปลอดภัย ด้วยระบบตรวจจับอัจฉริยะ (Smart Sensing System) ที่ใช้เซ็นเซอร์ อินฟาเรดในการตรวจจับสิ่งกีดขวาง พร้อมด้วยระบบเซ็นเซอร์ป้องกันการชนที่ช่วยลดความเสี่ยงในการพุ่งชนผนัง รวมถึงเซ็นเซอร์ป้องกันการหล่นที่อยู่ใต้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นช่วยป้องกันการหล่นลงจากขั้นบันได และระบบตรวจจับความสว่างช่วยให้หุ่นยนต์หยุดพักในจุดที่สว่างหลังการทำงาน ทำให้มองหาได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้หุ่นยนต์ถูพื้น JetbotTM Mop รุ่น VR6000 ยังมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 2,150 mAH ให้คุณสามารถใช้งานต่อเนื่องยาวนานสูงสุดถึง 100 นาที* โดยไม่จำเป็นต้องนำไปชาร์จไฟระหว่างการใช้งาน

หุ่นยนต์ถูพื้น JetbotTM Mop รุ่น VR6000 วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ ในราคาเพียง 9,990 บาท สามารถสัมผัสที่ซัมซุงแบรนด์ช็อปทุกสาขา ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ที่ https://www.samsung.com/th/vacuum-cleaners/robot-vr20t6001m1/

ซัมซุงเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้า Galaxy S20+ BTS Edition จำนวนจำกัด พร้อมดีลสุดพิเศษพร้อมกันทั่วประเทศ 26 มิถุนายน– 4 กรกฎาคม

5:57 PM

สิ้นสุดการรอคอย เมื่อซัมซุงเปิดให้เหล่าอาร์มี่ (A.R.M.Y.) ชาวไทยเตรียมเป็นเจ้าของ กาแลคซี่ เอส 20 พลัส บีทีเอส เอดิชั่น (Galaxy S20+ BTS Edition) ที่ได้สร้างปรากฏการณ์ Sold Out ขายหมดเกลี้ยงภายในเวลาแค่ 57 นาที หลังจากเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าในเกาหลีใต้ ผ่านช่องทาง Weverse คอมมูนิตี้แพลทฟอร์มของแฟนๆ บีทีเอสเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตอนนี้ถึงเวลาให้เหล่าอาร์มี่ชาวไทยได้มาร่วมแสดงพลัง ส่งต่อความรัก และเตรียมตัวครอบครองสมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษนี้เป็นกลุ่มแรกของไทย ในราคา 33,900 บาท พร้อมกัน 26 มิถุนายนนี้ เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป


Galaxy S20+ BTS Edition คอลเล็คชั่นสุดพิเศษจากซัมซุงและบีทีเอส ที่นำเอานวัตกรรมกล้องวิดีโอที่ดีที่สุด ทำงานร่วมกับ AI อันทรงพลังและเซ็นเซอร์รับภาพขนาดใหญ่ของซัมซุง มารวมกับการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เพื่อเหล่าอาร์มี่โดยเฉพาะ ด้วยตัวเครื่องสีม่วงโดดเด่นสะดุดตา สื่อถึงความเชื่อใจและความรักที่มั่นคงระหว่างบีทีเอสและอาร์มี่ มาพร้อมกับลูกเล่นสัญลักษณ์รูปหัวใจสีม่วงบริเวณกล้องหลังและการสลักโลโก้ BTS บริเวณหลังเครื่องที่มีเฉพาะในรุ่นนี้เท่านั้น มาพร้อมกับธีมพิเศษต่างๆ ทั้งหน้าจอล็อคสกรีน โฮมสกรีน และแอนิเมชันตอนเปิดเครื่อง ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนุ่มๆ ทั้ง 7 คน รวมไปถึงคอมมูนิตี้แพลทฟอร์มสุดพิเศษของเหล่าอาร์มี่ อย่าง Weverse มาให้ในเครื่องเรียบร้อย และยังมีโฟโต้การ์ดสุดเอ็กซ์คลูซีฟของสมาชิกทั้ง 7 คนให้สะสม พร้อมสติกเกอร์สุดน่ารัก ให้นำไปตกแต่งสมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษนี้ในแบบฉบับของตัวเอง สะท้อนตัวตนได้แบบไม่ซ้ำใครอีกด้วย


เหล่าอาร์มี่ชาวไทยเตรียมตัวให้พร้อม! Galaxy S20+ BTS Edition พร้อมวางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการในราคา 33,900 บาท โดยเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าในจำนวนจำกัด! ตั้งแต่ วันที่ 26 มิถุนายน 63 เวลา 10.00 น. ถึง 4 กรกฎาคม 2563 เวลา 24.00 น. ผ่านทางออฟฟิเชียลเว็บไซต์ Samsung.com เท่านั้น[1] โดยจะเริ่มจัดส่งสินค้าในวันที่ 8 กรกฎาคม 2563 สามารถติดตามรายละเอียดการจองได้ที่ https://www.samsung.com/th/smartphones/galaxy-s20/bts-edition/

หัวเว่ย Atlas 200 DK เพื่อนักพัฒนา AI ประสิทธภาพสูงสร้างสภาพแวดล้อมการพัฒนา AI ได้ด้วยตัวเอง

3:22 PM
หัวเว่ย มีการพัฒนาชิปเซ็ตเพื่อการพัฒนา AI โดยเฉพาะ ทุกวันนี้หลายธุรกิจได้นำ AI เข้าไปใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจทั้งในการพัฒนาด้านการผลิตสินค้าและการบริการให้มีความล้ำหน้ามากยิ่งขึ้น  ซึ่งชุดเครื่องมือที่จะเป็นตัวช่วยให้กับนักพัฒนา คือ Atlas 200 DK ตัวใหม่นี้ ที่จะช่วยให้นักพัฒนาแอปพลิเคชั่น AI ได้คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมการพัฒนาโดยใช้โปรเซสเซอร์ Huawei Ascend 310  ซึ่งมาพร้อมกับโมดูลเร่งความเร็วอย่าง Atlas 200  สำหรับโปรเซสเซอร์ตัวนี้หัวเว่ยนำมาใช้สำหรับพัฒนา AI โดยเฉพาะ และอุปกรณ์นี้ยังมีพอร์ตภายนอกสำหรับนักพัฒนาเพื่อให้สามารถเข้าถึงและใช้ความสามารถในการประมวลผลที่ทรงพลังของโปรเซสเซอร์ Ascend 310 อีกด้วย เนื่องจากโปรเซสเซอร์ Ascend สามารถใช้งานได้แบบ Full Stack ในทุกสถานการณ์ คุณจึงสามารถพัฒนาโปรแกรมต่างๆ ด้วยชุดเครื่องมือสำหรับนักพัฒนา AI Atlas 200 DK นอกจากนี้ยังสามารถนำไปติดตั้งบนอุปกรณ์อื่น เช่น Safe City, โดรน, หุ่นยนต์, เซิร์ฟเวอร์วิดีโอ และประตูอัจฉริยะ

Atlas 200 DK  มีขนาดกะทัดรัด กว้าง 13 เซนติเมตร ยาว 9 เซนติเมตร และหนา 3 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 200 กรัม อุปกรณ์นี้มีพอร์ตภายนอกให้นักพัฒนาเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย โดยตัวอุปกรณ์มีช่องระบายความร้อน ด้านข้างมีปุ่มรีเซ็ต ขณะใช้งานจะมีไฟแสดงสถานการณ์ทำงานด้านข้าง นอกจากนี้ยังมีพอร์ตให้เชื่อมต่อ USB Type C และช่อง Micro SD Card เพื่อใช้ในการ boot system  โดยรองรับความจุตั้งแต่ 8 กิกะไบต์(GB) ไปจนถึง 2 เทราไบต์ (TB) มาพร้อมช่องเชื่อมต่อเครือข่าย (Network Interface) ส่วนในการส่งข้อมูลสามารถเลือกได้ว่าจะส่งผ่านทางช่อง USB หรือทาง Network Interface

#ชวนคุย​ Excel vs. Google Sheets ใช้อะไรดีหว่า?!?

10:15 PM

ด้วยผมเป็นคนที่ทำงานกับพวกข้อมูลตลอดเวลา ใช้ฟังก์ชั่น Pivot Table หมุนไปหมุนมาอยู่ตลอด ดังนั้นโปรแกรมพวก Spreadsheet ถือว่าจำเป็นสำหรับผมมาก โดยส่วนตัวแล้วผมใช้โปรแกรมประเภทนี้อยู่ 2 ตัวด้วยกัน คือ Excel และ Google Sheets แต่ผมชอบใช้ Google Sheets มากกว่า อันที่จริงผมชอบใช้ผลิตภัณฑ์ของ Google ไม่ว่าจะเป็น Google Doc, Sheets และ Slide มากกว่าพวก MicroSoft office นะ ถึงแม้ฟังก์ชั่นหลักๆของฝั่ง Google จะสู้ MicroSoft ไม่ได้ก็ตาม

ผมขอแจงประเด็นต่างๆดังนี้นะครับ

1. ข้อดีข้อแรกเลยนะ คือตระกูล Google ไม่ต้องเสียเงินในการใช้งาน ขอแค่มีอินเตอร์เน็ตก็พอ (แต่ MicroSoft ต้องเสียค่า License รายปี) 

2. พูดถึงการใช้งาน เอาเข้าจริงๆนะ Excel สามารถทำอะไรได้เยอะกว่า และง่ายกว่ามากเลย ไม่ว่าจะเป็นการ Pivot Table ที่ใน Excel ก็ใช้ง่ายกว่าใน Google Sheets เยอะ แถมพอไปใช้งาน​บนแท็บเล็ต มันไม่สามารถทำ Pivot ได้เลย (อยากให้ใช้ได้จังเลย)

3. แต่ข้อดีที่สุดของ Google Sheets คือ มันเก็บข้อมูลไว้บน Cloud เพราะฉะนั้นผมสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องใช้คอมเครื่องเดียวกันมาเปิดทำงานก็ได้ ใช้แท็บเล็ตทำงานต่อก็ได้ หรือแม้กระทั่งบนมือถือก็สามารถทำงานต่อได้ ซึ่งเอาเข้าจริง MicroSoft office มันก็มีนะ เก็บเข้า OneDrive แต่ผมไม่ค่อยถนัด เพราะของ Google Sheets มัน Save ขึ้น Cloud ให้เลยโดยไม่ต้องกด Save ด้วยซ้ำ จะบอกว่ามันเป็นข้อดีก็ได้ มันจะเป็นในเคสที่เราทำงานแล้วลืมกด Save แล้วเกิดไฟดับ หรืออยู่ๆเครื่องแฮงค์ ถ้าเป็น Excel เราคงกรี๊ดสาวแตกกันเลย แต่หากเป็น Google Sheets มันจะ Save ของมันอยู่ตลอดเวลา ทำให้เราสามารถเปิดคอมใหม่แล้วทำงานต่อได้เลย แต่ในทางกลับกันมันก็จัดเป็นข้อเสียได้เหมือนกันครับ เพราะบางทีมันก็ทะลึ่ง Save ทับไฟล์งานสำคัญเราไปเหมือนกัน 

4. จุดที่เจ๋งมากของ Google Sheets หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆของตระกูลนี้คือ มันสามารถแชร์และอนุญาตให้เพื่อนร่วมงานเข้ามาทำงานร่วมกันแบบ Realtime ได้เลย ดังนั้นมันสามารถร่วมกันทำงานได้โดยไม่ทับซ้อนกัน เพราะหากเป็นการทำงานบน Excel คุณต้องทำให้เสร็จก่อนแล้วส่งต่อไปให้คนที่เกี่ยวข้องไปทำงานต่อ แล้วสุดท้ายเราจะเจอการ Save หลายเวอร์ชั่นมาก เวอร์ชั่น Update หรือ Update ของ Update และของ Update อีกที สุดท้ายแล้วเราก็จะงงและหยิบไฟล์ผิดไปทำงานต่อได้
เอาเป็นว่าหากคุณเป็นคนที่ทำงานแล้วจบในออฟฟิศ กลับบ้านไปไม่ต้องไปทำอะไรต่อ ผมว่าใช้ Excel ก็ดีนะ เพราะตัวมันเองสมบูรณ์แบบของมันอยู่แล้ว แต่หากว่าคุณเป็นคนที่ทำงานที่ออฟฟิศแล้วต้องไปทำงานที่อื่นด้วย หรือเป็นคนที่ทำงานจากนอกสถานที่บ่อยๆ สำหรับผมแล้ว Google Sheets เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

พบกับ Apple Music บนสมาร์ททีวีซัมซุง ได้แล้ววันนี้!

8:42 PM
มอบความบันเทิงยิ่งขึ้นบนซัมซุงสมาร์ททีวีด้วย Apple Music ที่มีเพลงให้เลือกกว่า 60 ล้านเพลงแบบไม่มีโฆษณา

กับเพลย์ลิสต์นับพันที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดี พร้อม Music Video, Live Radio และความบันเทิงอื่นๆ อีกมากมาย

ซัมซุง ประกาศเป็นแบรนด์ทีวีรายแรกที่มอบบริการ Apple Music ให้ผู้บริโภคมากกว่า 100 ประเทศสามารถเข้าถึงบริการApple Music ได้ทันทีบนซัมซุงสมาร์ททีวี

เมื่อทุกคนทั่วโลกต้องใช้เวลาอยู่ในบ้านมากขึ้น ซัมซุงจึงได้ช่วยเพิ่มตัวเลือกด้านความบันเทิงและสุขภาพที่ดีกว่าบนแพลตฟอร์มของสมาร์ททีวีให้แก่ผู้บริโภค โดยสมาชิก Apple Music สามารถรับชมคอนเทนต์ความบันเทิงได้บนทีวีไลน์อัพรุ่นปี 2018 ไปจนถึงปี 2020พร้อมเลือกสตรีมเพลงกว่า 60 ล้านรายการแบบไม่มีโฆษณา หรือเลือกรับชม Music Video และฟังเพลงจากเพลย์ลิสต์นับพันรายการที่ผ่านการคัดสรรโดยผู้คร่ำหวอดและผู้นำเทรนด์ในแวดวงดนตรี หรือTastemakers ระดับโลก

สมาชิก Apple Music ยังได้รับ Daily Recommendations และรับฟังคอนเทนต์จากสุดยอดสถานีดนตรีช่อง Beats 1 พร้อมการแสดงสุดพิเศษจากศิลปินระดับโลกอย่าง Frank Ocean, Nicki Minaj, The Weeknd, DJ Khaled, Elton John ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถรับฟังคอนเทนต์พิเศษ “At Home With Apple Music” ซึ่งประกอบด้วยเพลย์ลิสต์ใหม่จากบรรณาธิการ การเข้าร่วมสนทนาแบบกลุ่มกับศิลปินจากบ้านผ่าน FaceTime ฟังบทสัมภาษณ์ เพลย์ลิสต์จากศิลปิน และคอนเทนต์อื่นๆ เพื่อสังสรรค์เชื่อมความสัมพันธ์ผ่านคอมมูนิตี้ออนไลน์ในช่วงการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing)

“เป้าหมายของเราคือการมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่ยอดเยี่ยมที่สุดให้แก่ผู้บริโภค และในเวลานี้ที่ทุกคนใช้เวลาอยู่กับบ้านมากขึ้น เราได้เพิ่มความมุ่งมั่นมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย” ซาเลค บรอดสกี้ รองประธาน ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์พันธมิตรธุรกิจ และการพัฒนาธุรกิจ บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าว “เมื่อปีที่แล้ว เราเป็นผู้ผลิตทีวีรายแรกที่ริเริ่มการมอบบริการ Apple TV และในวันนี้เราก็เป็นผู้ริเริ่มการให้บริการ Apple Music แก่ผู้บริโภค และการร่วมมือกับ Apple ในครั้งจะช่วยมอบตัวเลือกความบันเทิงที่ไม่มีใครเทียบได้แก่ผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลานี้ที่ทุกคนต้องการตัวเลือกความบันเทิงบนสมาร์ททีวีมากยิ่งกว่าเดิม”

สามารถดาวน์โหลด Apple Music ลงบนสมาร์ททีวีซัมซุงผ่าน App Store โดยลงชื่อเข้าใช้บัญชีที่มีอยู่ด้วยApple ID หรือสมัครสมาชิกผ่านทางทีวี นอกจากนี้ ยังสามารถทดลองใช้บริการ Apple Music ฟรี 3 เดือน แบบส่วนบุคคล แบบครอบครัว หรือแบบนักศึกษา


นอกจากสมาชิกจะสามารถเข้าถึงคลังเพลงมหาศาลของ Apple Music แล้ว ยังสามารถรับชมคอนเทนต์ประเภทอื่นๆ ที่กำลังได้รับความนิยม และความบันเทิงสุดเอ็กซ์คลูซีฟบนซัมซุง สมาร์ททีวีได้อีกด้วยค้นหาข้อมูลสมาร์ททีวี ของซัมซุงเพิ่มเติมได้ที่: www.samsung.com/tvs/
 
Copyright © NPmeStory - Design my own lifestyle. Designed by OddThemes | Distributed By Gooyaabi Templates