เก็บเงินผ่าน ShopBack: เปลี่ยนทุกการช้อปให้มีเงินคืนไว้ลงทุน


ไหน ๆ เราก็ต้องสั่งของออนไลน์กันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นของใช้ในบ้าน ของกิน ตั๋วเดินทาง หรือสินค้าในมาร์เก็ตเพลสเจ้าดัง ถ้ามีวิธีที่ทำให้เราได้เงินคืนกลับมาจากยอดที่จ่ายไป ก็น่าจะดีกว่าการปล่อยให้ยอดช้อปเหล่านั้นผ่านไปเฉย ๆ โดยไม่ได้อะไรกลับคืนมาเลย

ShopBack คืออะไร และได้เงินคืนอย่างไร?

ShopBack คือแพลตฟอร์มที่มอบเงินคืน (Cashback) จากการช้อปปิ้งออนไลน์ เพียงแค่เราเปิดแอปพลิเคชัน ShopBack แล้วกดเข้าไปยังร้านค้าที่ร่วมรายการ จากนั้นทำรายการสั่งซื้อและชำระเงินให้ครบตามเงื่อนไข ระบบก็จะคำนวณเงินคืนกลับมาให้ในบัญชี ShopBack ของเรา

โดยทั่วไป อัตราเงินคืนจะอยู่ที่ประมาณ 0.5% – 10% ขึ้นอยู่กับประเภทของร้านค้า หมวดหมู่สินค้า และโปรโมชันในช่วงเวลานั้น ๆ อย่างไรก็ตาม ควรระวังว่าไม่ใช่ทุกคำสั่งซื้อจะเข้าเงื่อนไขเสมอไป จึงควรศึกษารายละเอียดของแต่ละร้านค้าก่อนกดสั่งซื้อทุกครั้ง

อย่ามองว่าเป็นทางรวย

เงินคืนครั้งละไม่กี่บาทอาจดูเป็นตัวเลขที่ไม่หวือหวา และ ShopBack เองก็ไม่ใช่เครื่องมือสร้างความมั่งคั่งในตัวเอง แต่จุดแข็งที่แท้จริงของมันคือ “เงินคืนนี้เกิดขึ้นจากการใช้จ่ายที่เราตั้งใจจะทำอยู่แล้ว” มันคือส่วนลดหรือผลประโยชน์ส่วนเพิ่มที่เราไม่ควรปล่อยให้หลุดมือ

แนวคิด: เก็บแบบไม่ต้องพยายามมาก

เมื่อเราใช้จ่ายผ่าน ShopBack เป็นประจำ เงินคืนจะค่อย ๆ สะสมไปเรื่อย ๆ โดยที่เราไม่ต้องรู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับการตึงประหยัด หรือต้องเจียดเงินส่วนอื่นมาออมเพิ่มเป็นพิเศษ บางครั้งเราอาจจะไม่ได้เข้าไปเช็กยอดบ่อย ๆ หรือถึงขั้นลืมไปเลยด้วยซ้ำ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เงินก้อนเล็ก ๆ เหล่านี้จะค่อย ๆ เติบโตขึ้นตามจำนวนครั้งและวินัยในการใช้จ่ายของเรา

ถอนเมื่อถึงจุดที่ต้องการ

ระบบของ ShopBack อนุญาตให้เราถอนเงินสดเข้าบัญชีธนาคารได้เมื่อยอดเงินคืนอนุมัติครบขั้นต่ำ 50 บาท แต่เราไม่จำเป็นต้องรีบถอนออกมาทันที การปล่อยให้เงินคืนสะสมอยู่ในระบบต่อไปเรื่อย ๆ ก็เปรียบเสมือนการที่เรามี “กระปุกออมสินดิจิทัล” อีกหนึ่งใบที่ช่วยเก็บหอมรอมริบเงินให้เราโดยไม่รู้ตัว

เปลี่ยนเงินคืนเป็นเงินลงทุน

เมื่อยอดเงินคืนสะสมเริ่มเติบโตจนเป็นก้อนที่มากพอ เราสามารถถอนเงินส่วนนี้ออกมาเพื่อนำไปต่อยอด โดยการเติมเข้าพอร์ตหุ้น กองทุนรวม หรือสินทรัพย์ลงทุนอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับเป้าหมายและความเสี่ยงของตัวเราเอง

เหตุผลที่เงินก้อนนี้ถือเป็น “เงินเย็น” อย่างแท้จริง เพราะมันไม่ใช่เงินจากรายได้หลักที่ต้องแบ่งมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่เป็นเงินส่วนต่างที่เกิดจาก Cashback สะสม ซึ่งหากเรานำเงินเย็นก้อนนี้ไปลงทุน ต่อให้มีความผันผวนเกิดขึ้น ก็จะไม่กระทบกับสภาพคล่องในชีวิตประจำวันของเราเลย


บทสรุปและข้อควรระวัง

หลักการสำคัญที่สุดในการใช้ ShopBack คือการใช้เพื่อ “ได้เงินคืนจากการซื้อที่จำเป็นอยู่แล้ว” ไม่ใช่ใช้เป็นเหตุผลในการซื้อของเพิ่มขึ้น เพราะถ้าเรายอมจ่ายเงินซื้อของที่ไม่ได้จำเป็น เพียงเพราะอยากได้เงินคืน 5% แต่ต้องเสียเงินออกจากกระเป๋าไป 100% นั่นไม่ใช่การออมเงิน แต่เป็นการสร้างภาระทางการเงินโดยไม่จำเป็น

ShopBack อาจไม่ได้ทำให้เรารวย แต่ถ้าเราใช้มันกับการซื้อที่ตั้งใจจะซื้ออยู่แล้ว เงินคืนเล็ก ๆ ก็สามารถกลายเป็นเงินเย็นก้อนหนึ่ง และต่อยอดเป็นเงินลงทุนในอนาคตได้

สมัคร ShopBack ได้ที่นี่เลย

Comments