"แผนชีวิต" ในแบบฉบับของผมเอง... มันจะเป็นยังไง?


หลายคนอาจจะเคยเห็นสมการนี้ผ่านตามาบ้าง

Return = Cash + Beta + Alpha

เอาจริงๆ ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าใครเป็นคนคิดค้นขึ้นมาเป็นคนแรก รู้แค่ว่านักลงทุนระดับตำนานอย่าง Ray Dalio แกก็พูดถึงอยู่บ่อยๆ แต่สำหรับผมเอง ได้ยินและรู้จักสมการนี้ครั้งแรกจากเพจ Meawbin Investor ครับ

พอฟังแล้วมันเอะใจ จนต้องนำมาปัดฝุ่นและตีความใหม่ในสไตล์ของตัวเอง เพื่อเอามาใช้บริหารจัดการเงินและการลงทุนของชีวิตจริง โดยผมแบ่งนิยามไว้แบบนี้ครับ

  • Cash (เงินต้น/เงินสด): สำหรับผม มันคือเงินที่เราหาได้จากน้ำพักน้ำแรง ไม่ว่าจะมาจากเงินเดือน งาน Freelance หรือการทำธุรกิจส่วนตัว/ค้าขาย เป็นเสมือน "กระสุนดินปืน" ก้อนแรกที่เราต้องหาเข้ามาเติมในระบบ
  • Beta (ผลตอบแทนตามตลาด): ผมขอเรียกว่า Cashflow มันคือการลงทุนที่มีความเสี่ยงไม่สูงมาก ได้ผลตอบแทนพอๆ กับภาพรวมตลาด เช่น เงินปันผลจากหุ้น หรือแม้กระทั่งการเทรดแบบมีระบบ (Systematic Trading) ที่เน้นทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่สวิงตามอารมณ์
  • Alpha (ผลตอบแทนส่วนเกิน): นี่คือผลตอบแทนระดับ "เปลี่ยนชีวิต" จากการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงไปจนถึงสูงมาก แน่นอนว่าถ้าถูกทาง กำไรก็มหาศาลสุดๆ เช่น การทำการบ้านเลือกหุ้นได้ถูกตัวจนโตเป็น 10 เด้ง หรือการเล่นพอร์ตซิ่งที่ถ้าแจ็กพอตแตกขึ้นมาก็พร้อมพาเราก้าวกระโดดได้เลย

แล้วตอนนี้ผมอยู่ตรงไหนของสมการนี้?

บอกตามตรงเลยครับ ตอนนี้ผมมีแต่พอร์ตที่เป็น Beta (แถมยังแอบคิดเอาเองด้วยนะว่าใช่ ฮ่าๆ) และยังอยู่ในช่วง Early Stage หรือเพิ่งเริ่มต้นมากๆ และขอบอกเลยว่า เราไม่จำเป็นต้องมีเงินเยอะก่อนถึงจะเริ่มได้ ผมเองก็เริ่มจากน้อยมากๆเช่นกัน

ก่อนหน้านี้ผมเคยลองทำพอร์ตซิ่ง (Alpha) ดูเหมือนกันครับ เดือนที่แล้วตื่นเต้นมาก พอร์ตโตกระฉูดไปกว่า 100%+ แต่พอมาถึงกลางเดือนนี้ ความจริงก็ทำงาน... พอร์ตเกือบแตก! สุดท้ายต้องตัดใจ Cut Loss ออกมา แล้วตั้งสติใหม่

ผมเลยตัดสินใจปรับรูปแบบการเทรดทั้งหมดให้กลับมาเป็นระดับ Beta ที่เน้นความชัวร์และเป็นระบบมากขึ้น จนกลายมาเป็นโปรเจกต์ตั้งไข่ของผมที่ชื่อว่า:

"สร้างรายได้ 50,000 บาทต่อเดือน ภายใน 372 วัน"

(นับเฉพาะวันทำการ ไม่รวมเสาร์-อาทิตย์ และวันที่ตลาดปิดนะ)

ใครอยากเห็นว่าผมเทรดอย่างไร รอดหรือร่วง สามารถไปกดติดตามก้าวแรกของผมได้ที่เพจเลยครับ ตอนนี้เดินทางมาถึง วันที่ 51 แล้ว (นับตั้งแต่วันแรกที่ใส่เงินเข้าไป)

นอกจากพอร์ตเทรดเน้น Cashflow แล้ว ผมยังมีอีกหนึ่งพอร์ต Beta นั่นคือ "พอร์ตหุ้นปันผลไทย" ซึ่งก็เพิ่งเริ่มต้นสะสมเหมือนกัน

Ultimate Goal ของผมเรียบง่ายมาก (แต่ทำยากชะมัด) นั่นคือ "การมีรายได้จากเงินปันผล ชนะรายจ่ายทั้งหมดในชีวิต" ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำสำเร็จไหม แต่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะพยายามวิ่งไปให้ถึงให้ได้


แล้วพอร์ตซิ่งแบบ Alpha จะยังมีอยู่อีกไหม?

คำตอบคือ "อาจจะยังมีครับ" แต่รอบนี้ผมจะไม่เอาเงินต้นไปเสี่ยงอีกแล้ว ผมจะใช้วิธีนำ "กำไร" ที่ทำได้จากพอร์ต Beta แบ่งออกมาเทรดซิ่งในพอร์ต Alpha และถ้าพอร์ต Alpha ทำกำไรได้ ผมก็จะทยอยดึงกำไรบางส่วนย้อนกลับเข้ามารวมในพอร์ต Beta เป็นระยะๆ เพื่อให้เงินมันเติบโตอย่างปลอดภัย

Step ต่อไป... เติม Cash เข้าสู่ระบบ

หลังจากนี้ ผมจะเริ่มกลับมาโฟกัสกับการหาเงินในส่วนของ Cash เพื่อเอามาเติมลงในสมการ ไม่ได้คาดหวังว่ามันจะต้องเยอะเท่าเงินเดือนสมัยทำงานประจำ ขอแค่มันมีเข้ามาอย่างสม่ำเสมอก็พอ

เมื่อได้ Cash เข้ามา เงินก้อนนี้จะถูกวิ่งตรงเข้าสู่ พอร์ต Beta ทันที เพื่อสร้าง Cashflow ให้มากพอสำหรับใช้ชีวิต และเอาไปต่อยอดการลงทุน

เอาไปลงทุนที่ไหนต่อ?

1. กองทุนสำรองฉุกเฉิน: เริ่มแรกสุด เงินที่ได้มาจะถูกสะสมไว้เป็นเงินสำรองสภาพคล่องให้ครบ 6 - 12 เดือนก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อความอุ่นใจ

2. สะสม Passive Income: พอเงินสำรองครบแล้ว ที่เหลือจะลุยเข้าหุ้นปันผลแบบเต็มสูบ สะสม Asset ไปเรื่อยๆ เพื่อสร้าง Passive Income ไว้เลี้ยงดูตัวเองยาวๆ ยามแก่เฒ่า


ฟังดู (หรืออ่านดู) เหมือนเส้นทางนี้ยังอีกยาวไกลใช่ไหมครับ?

ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ เดี๋ยวมาดูกันว่าผมจะเดินไปถึงเป้าหมายได้จริงไหม จะเร็วหรือช้ากว่ากำหนดที่ตั้งไว้... มาร่วมเดินทางและติดตามไปพร้อมๆ กันนะครับ!

Comments