#วิเคราะห์บ้านๆ Startup ที่ระดมทุนได้เยอะ จะยั่งยืนจริงมั้ย


เด็กในยุคนี้น่าจะโตมากับคำว่า Startup กันหมด จะรู้แต่การขอเงินทุนจากแหล่งต่างๆ การเติบโตอย่างรวดเร็ว (Scaling) จนบางครั้งอาจจะทำให้ลืมในสิ่งที่เรียกว่าธุรกิจมันจะเดินได้มันต้องมี 'กำไร' ด้วย


ไม่ใช่ว่าบริษัท Startup ต่างๆไม่ได้สนใจที่จะทำกำไรนะครับ เพราะทุกคนก็อยากได้กันทั้งนั้นแหละครับไอ้เจ้า 'กำไร' เนี่ย แต่การให้ได้มาซึ่งกำไรนั้น ส่วนใหญ่จะเริ่มจากการให้ใช้บริการฟรีก่อนเพื่อรวบรวมฐานลูกค้าให้ได้เยอะๆ เช่น Facebook เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมาก เพราะช่วงเริ่มต้น Facebook ไม่มีโมเดลการหาเงินเลย จนฐานโตในระดับที่มากพอ Facebook ก็ค่อยเริ่มเก็บเกี่ยวผลจากสิ่งที่ได้สร้างมา โดยช่วงแรก Facebook อยู่ได้ด้วยเงินทุนจากนักลงทุนต่างๆ แต่นักลงทุนจะมาลงทุนเพราะอะไรล่ะ เขามาลงทุนเพราะเขาเห็นศักยภาพของธุรกิจนั้นๆว่ามันจะทำกำไรกลับมาให้เขาได้นั่นเอง


ทีนี้มันจะมีสักกี่ธุรกิจที่ได้อย่าง Facebook ล่ะ ผมว่าไม่เยอะนะ เอาตัวอย่างง่ายๆ Dropbox ที่ให้บริการพื้นที่บน Cloud เพื่อใช้ฝากไฟล์ต่างๆ ตอนเปิดตัวใหม่ๆเมื่อราวๆปี 2007 ซึ่ง ณ เวลานั้นถือว่าเป็นธุรกิจใหม่ที่แทบจะไม่มีคู่แข่ง Dropbox มีคนใช้เป็นจำนวนมากสูงถึง 500 ล้านคน (ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น) และทำให้บริษัทมีมูลค่าเป็นหมื่นล้าน Dropbox มีให้บริการสองรูปแบบคือ แบบฟรี (ได้พื้อที่ 2GB) และแบบเสียเงิน หรือแบบ Premium แบบ โดยแบ่งแพคเป็นดังนี้

1) Dropbox Plus มีพื้นที่ฝากไฟล์ 1,024 GB ในราคา 260 บาทต่อเดือน
2) Dropbox Professional มีพื้นที่ฝากไฟล์ 2,048 GB ในราคา 525 บาทต่อเดือน

แต่ Dropbox ก็ยังคงขาดทุนมาตลอดเนื่องจากไม่สามารถผลักให้คนไปใช้แพคเกจแบบเสียเงินได้ และนอกจากย้ายคนไปเสียเงินไม่ได้แล้วนั้น ยังเจออีกหนึ่งปัญหาใหญ่ นั่นคือ คู่แข่งรายใหญ่ได้เข้ามากันมากขึ้น อาทิเช่น Apple, Google, Microsoft หรือ Amazon ฟังชื่อบริษัทเหล่านี้ก็หนาวๆแล้วครับ นั่นทำให้ Dropbox ยังคงต้องหาทางออกกันต่อไป

นี่ยังเป็นแค่หนึ่งตัวอย่างนะครับที่ยกมาให้เห็นภาพ ยังมีอีกหลายบริษัทที่ได้รับเงินทุนเยอะๆแต่ยังคงมีปัญหาทางด้านการทำกำไรอยู่ ที่จริง Startup ก็มีข้อเสียอยู่ไม่น้อยนะครับ เช่น Scalable นั้นฟังดูเป็นแนวทางที่น่าสนใจมากเลยนะครับ แต่รู้มั้ยครับสิ่งที่แฝงมากับการขยายตัวแบบนี้คืออะไร มันคือต้นทุนที่งอกขึ้นมาเป็นเงาตามตัว อันที่จริงแล้วมันก็เหมือนการเดิมพันใน วิสัยทัศน์ (Vision) เลยนะ หากวิสัยทัศน์มาถูกทาง โอกาสที่จะสำเร็จอย่างก้าวกระโดดก็จะสูงไปด้วยเช่นกัน แต่กลับกันหากวิสัยทัศน์ไม่แม่นพอ โอกาสพังพินาศก็มีตามมาได้ และพลอยจะเจ็บตัวทั้งเจ้าของกิจการและผู้ลงทุน

ประเด็นที่เขียนบทความนี้ขึ้นมาก็เพราะว่า อยากให้คนที่จะเริ่มทำ Startup นั้น นอกจากที่จะคอยมองหาแต่เงินลงทุนเพียงอย่างเดียว อยากจะให้มองถึงช่องทางการเงินไว้เยอะๆหน่อย วิธีแรกไม่ได้ก็ยังมีวิธีที่ 2, 3 และ 4 และเรื่องการขยายตัวนั้น อยากจะให้คิดเยอะๆว่ามันคุัมมั้ย ข้อดีของ Startup คือ ความสามารถในการปรับตัวที่สูง เพราะส่วนใหญ่จะเป็นองค์ที่ไม่ได้ใหญ่มากนัก จึงสามารถปรับเปลี่ยนทิศทางของธุรกิจได้ไม่ยากนัก

ข้อมูลอ้างอิง:
+ https://www.longtunman.com/14067

บทความที่เกี่ยวข้อง
+ STARTUP คืออะไร เหมือนหรือต่างจาก SMES ยังไง ?!?
+ ชั่งใจสักนิดก่อนจะไปทำงานกับบริษัท STARTUP
+ แหล่งเงินทุนสำหรับเหล่า STARTUP

Share this:

Post a Comment

 
Copyright © NPmeStory - Design my own lifestyle. Designed by OddThemes | Distributed By Gooyaabi Templates